วันสำคัญของไทย วันที่ 20 กันยายน วันอนุรักษ์รักษาคูคลองแห่งชาติ

October 16, 2014 admin No comments

วันอนุรักษ์รักษาคูคลองแห่งชาติ

20 กันยายน

ประวัติวันอนุรักษ์รักษาคูคลองแห่งชาติ

ย้อน กลับไปเมื่อ 10 กว่าปีก่อน พ.ศ.2537 ภาพคลองแสนแสบในจินตนาการของผู้คน โดยเฉพาะคนเมืองหลวงคงไม่พ้นภาพคลองน้ำครำสายใหญ่ สายยาวที่สุดของกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะนับจากต้นคลองที่สะพานผ่านฟ้า ผ่านย่านราชเทวี ประตูน้ำ คลองตัน จนถึงบางกะปิ คลองที่รกเรื้อเต็มไปด้วยวัชพืช เช่น หญ้าคา ผักตบชวา ประชาชนไม่ได้ใช้ประโยชน์ใด ๆจากคลองสายนี้อีกแล้ว ลบภาพคลองแสนแสบที่น้ำใสแจ๋วและภาพดำผุดดำว่ายของไอ้ขวัญ-อ้ายเรียมไปอย่าง สิ้นเชิง

แม้ว่าชาวบ้านจะพยายามกันแล้วที่จะพัฒนาคู คลองดังกล่าว แต่ก็เมือนว่าเกินกำลัง เพราะปัญหาคลองแสนแสบมิได้เกิดขึ้นเพียงวันสองวัน และไม่ได้เกิดจากธรรมชาติ แต่เกิดจากฝีมือของมนุษย์ที่มักง่ายและไม่รู้คุณค่า

มากลาง ปี 2537 มีกลุ่มผู้รักน้ำ และอับอายที่เห็นคูคลองทั่วกรุงเทพกลายเป็นท่อน้ำครำขนาดใหญ่ ซึ่งร่วมด้วยกองทัพบกตลอดจนสถาบันการศึกษาลงไปถึงโรงเรียนประถมและมัธยมทั่ว กรุงเทพมหานคร ได้รวมตัวกันในชื่อโครงการว่า “โครงการรวมใจภักดิ์รักษ์คลองแสนแสบ”

กระทั่งวันที่ 20 กันยายน 2537 สมเด็จพระเทพรัตนสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จประพาสตรวจสอบคลองแสนแสบ และเยี่ยมประชาชนสองฝั่งคลองระยะทางตั้งแต่กรุงเทพมหานครถึงจังหวัด ฉะเชิงเทรา ระยะทาง 72 กิโลเมตร ใช้เวลา 5-6 ชั่วโมง ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของชมรมรวมใจภักดิ์รักต้นไม้ แม่น้ำลำคลอง และสิ่งแวดล้อม

ด้วยเหตุนี้ คณะรัฐมนตรีจึงมีมติให้วันที่ 20 กันยายน ของทุกปีเป็นวันอนุรักษ์และพัฒนาแม่น้ำ คู คลองแห่งชาติ ให้ปี 2544-2546 เป็นปีแห่งการอนุรักษ์และพัฒนาแม่น้ำ คู คลอง มีการตั้งคณะกรรมการระดับชาติเพื่อเป็นองค์กรหลักในการอนุรักษ์และพัฒนาสภาพ แวดล้อม แม่น้ำ คู คลอง

โครงการนำร่องเพื่อการอนุรักษ์และพัฒนาสภาพแวดล้อม
โครงการนำร่องเพื่อการอนุรักษ์และพัฒนาสภาพแวดล้อมเริ่มต้นที่ คลองอัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม คลองอ้อมนนท์-คลองบางกอกน้อย-คลองบางกรวย-จังหวัดนนทบุรี คลองด่าน-คลองบางขุนเทียน-คลองสนามชัย-กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นคลองสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่แตกต่างกันไป

คลองอัมพวา
เป็นคลองที่ตัดเชื่อมแม่น้ำแม่กลอง ริมฝั่งคลองเป็นที่ตั้งของวัดอัมพวันแจติยารามซึ่งเป็นสถานที่ประสูติของพระ มเหสีในรัชกาลที่ 1 และพระปรางค์ที่บรรจุพระบรมอัฐิของรัชกาลที่ 2 บริเวณท่าน้ำวัดดาวดึงษ์ เป็นที่ตักน้ำไปใช้ในพิธีสรงมุรธาภิเษกหรือพระราชพิธีสำคัญต่างๆ ในทุกรัชกาลจนถึงปัจจุบัน และมีประเพณีโบราณ การแข่งเรือโบราณ ประเพณีลอยกระทง ซึ่งยังมีการจัดเป็นประจำทุกปี

คลองอ้อมนนท์ – คลองบางกอกน้อย – คลองบางกรวย นนทบุรี
เป็นย่านชุมชน แหล่งพืชผลทางเกษตร และเป็นศูนย์กลางการติดต่อค้าขายมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี และกรุงรัตนโกสินทร์ ปัจจุบันยังมีบ้านทรงไทย และร่องรอยทางประวัติศาสตร์ วิถีชีวิตแบบดั้งเดิมหลงเหลือให้เห็นอยู่

คลองด่าน – คลองบางขุนเทียน – คลองสนามชัย กรุงเทพฯ
เป็นเส้นทางคมนาคมทางน้ำที่เชื่อมโยงการเดินทางระหว่างกรุงเทพฯกับหัวเมือง ใกล้เคียงต่างๆ สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี กรุงศรีอยุธยาตั้งแต่โบราณ โดยเชื่อมกับแม่น้ำเจ้าพระยาสายเก่าที่เรียกว่า คลองบางกอกใหญ่หรือคลองบางหลวงไปออกแม่น้ำท่าจีน

ความสำคัญของ แม่น้ำ ลำคลอง
แม่น้ำลำคลองในอดีตนั้นมีบทบาทสำคัญมาก ตลอดสองฝั่งคลองเป็นที่ตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนของมนุษย์ ทำให้มีการใช้เส้นทางคมนาคมขนส่งทางน้ำเป็นหลัก ทั้งยังเป็นแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคเพื่อการเกษตร เป็นแหล่งผลิตอาหาร และยังเป็นแหล่งกำเนิดศิลปวัฒนธรรม ประเพณีทางน้ำมากมาย ประเพณีการแข่งเรือ ประเพณีลอยกระทง สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ

ปัจจุบันยังมีการใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำอยู่บ้าง เพื่อการเกษตร อุตสาหกรรม คมนาคม แต่จากวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปของคนไทย ถนนกลายเป็นเส้นทางคมนาคมขนส่ง ดังนั้นบ้านที่อยู่ติดน้ำจึงกลายเป็นหลังบ้านซึ่งลดความสำคัญลงไป การใช้น้ำจากระบบประปา การสร้างบ้านเรือนที่อิงไปกับเส้นทางถนนมากกว่าริมน้ำ การปลูกสร้างบ้านเรือนรุกล้ำแม่น้ำ คู คลอง รวมถึงการถมพื้นที่ริมน้ำ ทำให้แหล่งน้ำต่างๆ กลายเป็นเพียงที่รองรับและระบายน้ำฝนและน้ำเสียเท่านั้น

ประชาชนมีส่วนอนุรักษ์รักษาคูคลองอย่างไร
ถ้ามีความร่วมมือกันอนุรักษ์แม่น้ำ คู คลองอย่างจริงจัง จะได้ช่วยกันฟื้นฟูสภาพแวดล้อม แม่น้ำ คูคลองให้กลับมีความสำคัญอีกครั้งหนึ่ง เพื่อเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชุมชน เป็นสถานที่ระบายอากาศให้ชุมชน เพื่อสร้างภูมิทัศน์และรักษาพื้นที่ป่าริมน้ำไว้ด้วย เป็นการช่วยอนุรักษ์แหล่งประวัติศาสตร์วัฒนธรรมประเพณี วิถีชีวิตแต่โบราณซึ่งมีคุณค่าและมีเอกลักษณ์ของแต่ละชุมชน
ประชาชนมีส่วนสำคัญในกรอนุรักษ์และพัฒนาสภาพแวดล้อม แม่น้ำ คู คลอง ด้วยการไม่ทิ้งขยะ สิ่งปฏิกูลต่างๆ ลงในแม่น้ำ ลำคลอง มีการบำบัดน้ำเสียจากบ้านเรือนและชุมชน ก่อนระบายลงสู่แม่น้ำ คู คลอง ด้วยระบบบำบัดง่ายๆ การใช้ตะแกรงตักขยะ บ่อดักไขมัน หรือการใช้ระบบบ่อเกรอะ บ่อซึมหรือไม่ปลูกสร้างบ้านเรือนรุกล้ำแม่น้ำ คู คลอง ทั้งหมดนี้ต้องร่วมมือกันสร้างวินัยให้เกิดขึ้น

แหล่งที่มา :

http://www.panyathai.or.th/wiki/index.php/วันอนุรักษ์รักษาคูคลองแห่งชาติ

Related Posts

Loading Facebook Comments ...

No Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll to Top
image