ความสวย ความงาม

สบู่ส้มใสช่วยผิวสวยได้อย่างไร

April 23, 2016 admin No comments

สบู่ส้มใสช่วยผิวสวยได้อย่างไร เมื่อก่อนผู้ใหญ่หรือครูบาอาจารย์มักสอนต่อๆ กันมาว่า ให้กินผลไม้เยอะๆ ผิวจะได้สวย โดยเฉพาะส้ม พอรู้ประสาถึงได้เรียนรู้ว่า ที่กินส้มแล้วผิวสวยได้เพราะส้มเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีนั่นเอง ในเวลาต่อมาเมื่อเทคโนโลยีมีการพัฒนามากขึ้น วิตามินซีในผลไม้จึงถูกสกัดออกมาเพื่อใช้เป็นส่วนผสมทั้งในเรื่องของอาหารเสริม และเครื่องสำอางประทินผิวทั้งหลาย สบู่ส้มใสก็เป็นอย่างหนึ่งที่มีวิตามินซีเป็นส่วนผสม พร้อมคำยืนยันว่ามีคุณภาพช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าอย่างอ่อนโยน คุณค่าของวิตามินซีในสบู่ส้มใส วิตามินซีเป็นสารอาหารที่ทำหน้าที่หลายอย่าง จริงๆ แล้วไม่ใช่เฉพาะช่วยในเรื่องที่เกี่ยวกับผิวพรรณเท่านั้น  แต่ในที่นี้ จะขอกล่าวถึงเฉพาะวิตามินซีในสบู่ส้มใสที่ช่วยเรื่องผิวพรรณเท่านั้น เพราะธรรมชาติของวิตามินซีช่วยในการสังเคราะห์คอลลาเจนในชั้นผิว ปกติผิวของคนเราจะสามารถผลิตคอลลาเจนได้โดยธรรมชาติ แต่เมื่อเวลาผ่านไปตามวัย คอลลาเจนจะทำงานได้น้อยลงทำให้เราเห็นว่า ยิ่งอายุมากขึ้นผิวพรรณจะยิ่งมีริ้วรอย ชาดความชุ่มชื้น นั่นเป็นเพราะขาดคอลลาเจน ประกอบกับผิวของเราต้องฝ่าแดด เผชิญกับมลภาวะทุกเมื่อเชื่อวัน ทำให้ผิวพรรณแห้งหยาบ จึงจำเป็นต้องมีตัวช่วยในการบำรุงผิวพรรณ และวิตามินซีที่ช่วยในการสังเคราะห์คอลลาเจนถูกนำมาเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางบำรุงผิว และสบู่ส้มใสก็อาศัยหลักการเดียวกัน วิตามินซีในสบู่ส้มใสช่วยสังเคราะห์คอลลาเจนในชั้นผิว จึงไม่ต้องสงสัยว่า ทำไมสบู่ส้มใสจึงช่วยทำให้ผิวพรรณดูชุ่มชื้นสดใสขึ้น   Read more →

คอลลาเจนเปปไทด์ คืออะไร และคุณประโยชน์ที่มากกว่ามีอะไรบ้าง

April 22, 2016 admin No comments

คอลลาเจนเปปไทด์ คืออะไร และคุณประโยชน์ที่มากกว่ามีอะไรบ้าง หนึ่งในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ช่วยบำรุงผิวพรรณ ที่เป็นยอดนิยมนั้นคงไม่พ้นคอลลาเจนเปปไทด์ ซึ่งมีผลการศึกษาวิจัยหลายการศึกษา ได้ยืนยันถึงประสิทธิภาพต่อสุขภาพผิวหนัง รวมถึงคุณประโยชน์ต่อกระดูกและข้อ ในบทความนี้จะขอเสนอข้อมูลที่ว่า คอลลาเจนเปปไทด์ คืออะไร คุณสมบัติและคุณประโยชน์ของมันมีอะไรบ้าง คอลลาเจนเปปไทด์ คืออะไร คอลลาเจนเปปไทด์ เป็นคอลลาเจนอีกหนึ่งชนิดที่ผลิตด้วยกระบวนการย่อยสลาย ทำให้มีขนาดโมเลกุลที่เล็กลงกว่า 1,000 เท่า เมื่อเปรียบเทียบกับขนาดโมเลกุลของคอลลาเจนทั่ว ๆ ไป ทำให้มีการดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ดีขึ้น รวมถึงยังสามารถถูกดูดซึมในรูปของคอลลาเจนได้ทันที นอกจากนี้คุณอาจจะเคยได้ยินชื่อ คอลลาเจน ไฮโดรไลเซส (collagen hydrolysate) เจลาติน ไฮโดรไลเซส (gelatin hydrolysate) หรือไฮโดรไลซ์ เจลาติน (hydrolyzed gelatin) ซึ่งทั้งหมดนี้ก็คือคอลลาเจนเปปไทด์เช่นเดียวกัน คุณสมบัติของคอลลาเจนเปปไทด์ ด้วยกรรมวิธีการผลิตที่ทำให้คอลลาเจนเปปไทด์ มีขนาดของโมเลกุลที่เล็กลงกว่าคอลลาเจนทั่วไปถึงกว่า 1,000 เท่า ทำให้คุณสมบัติในด้านการดูดซึมเข้าสู่ร่างกายมีความแตกต่างกัน มีการศึกษาทดลองในหนูพบว่าคอลลาเจนเปปไทด์ สามารถถูกดูดซึมผ่านระบบทางเดินอาหารของหนูได้ภายใน 6 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังมีการศึกษาในมนุษย์ ก็ได้ผลการศึกษาที่ยืนยันว่า คอลลาเจนเปปไทด์ สามารถถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดโดยยังคงสภาพเดิม ทำให้ร่างกายสามารถใช้ประโยชน์จากคอลลาเจนเปปไทด์ได้ทันที คุณประโยชน์ของคอลลาเจนเปปไทด์ กรดอะมิโนซึ่งเป็นหน่วยย่อยที่เล็กที่สุดของโปรตีน ที่สามารถพบได้ในคอลลาเจนเปปไทด์มีถึง 20 ชนิด โดยชนิดหลัก ๆ ได้แก่ โพรลีน 25% ไกลซีน 20% กรดกลูตามิค 11% อาร์จินีน 8% อลานีน 8% กรดอะมิโนจำเป็นอื่น ๆ 16% และกรดอะมิโนอื่น ๆ รวมกัน 12% เนื่องจากกระดูกและข้อต่าง ๆ ประกอบด้วยเนื้อเยื่อเกี่ยวพันคอลลาเจนถึงกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นการเสริมด้วยคอลลาเจนเปปไทด์ ที่สามารถดูดซึมได้อย่างรวดเร็วและนำไปใช้ประโยชน์ได้ทันที สามารถช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูและข้อ อีกทั้งยังมีการศึกษาที่พบว่าการทานคอลลาเจนเปปไทด์ สามารถช่วยลดอาการปวดข้อได้ นอกจากนี้คอลลาเจนเปปไทด์ ยังสามารถกระตุ้นการทำงานของเซลล์ที่ทำหน้าที่ผลิตคอลลาเจนที่ผิวหนัง ให้มีการเพิ่มจำนวนและเจริญเติบโตมากยิ่งขึ้น จึงสามารถเพิ่มคอลลาเจนให้กับผิวหนังได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ผิวพรรณของคุณดูอ่อนเยาว์ขึ้น เต่งตึง และริ้วรอยต่าง ๆ ก็ดูลดลง ด้วยคุณสมบัติทั้งด้านการดูดซึม และคุณประโยชน์ของคอลลาเจนเปปไทด์ ที่แตกต่างจากคอลลาเจนทั่วไปเป็นอย่างมาก จึงเหมาะอย่างยิ่งที่สาว ๆ น่าจะลองพิสูจน์คุณประโยชน์ของคอลลาเจนเปปไทด์ด้วยตัวเอง […] Read more →

คอลลาเจน คืออะไร แล้วผิวหนังเหี่ยวย่นและหย่อยคล้อย คอลลาเจนช่วยได้ไหม

April 17, 2016 admin No comments

คอลลาเจน คืออะไร แล้วผิวหนังเหี่ยวย่นและหย่อยคล้อย คอลลาเจนช่วยได้ไหม คอลลาเจน เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ที่มีการโฆษณาตามสื่อต่าง ๆ อย่างมากมาย หลาย ๆ คนอาจได้ลองพิสูจน์ด้วยตนเองแล้ว แต่หลายคนก็ยังลังเลใจ ดังนั้นถ้าคุณยังลังเลใจอยู่ ลองมาอ่านดูว่า คอลลาเจน คืออะไร แล้วจะช่วยลดความหย่อยคล้อยให้กับผิวได้จริงหรือ คอลลาเจน คืออะไร คอลลาเจนเป็นโปรตีนชนิดหนึ่ง ที่สามารถพบได้ทั่วร่างกาย โดยจะพบได้มากที่เล็บ ผม และผิวหนัง และยังพบได้ตามอวัยวะสำคัญ ๆ เช่น กระดูก และหลอดเลือด โดยคอลลาเจนจะทำหน้าที่เป็นเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ที่จะคอยยึดเนื้อเยื่อต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ผิวหนังของเรา มีคอลลาเจนเป็นโครงสร้างพื้นฐาน ผิวหนังของคนเรามีด้วยกันหลายชั้น โดยชั้นอกสุดคือชั้นหนังกำพร้า ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเซลล์ที่ตายแล้วปกคลุมอยู่บาง ๆ ส่วนชั้นในสุดคือชั้นหนังแท้ (dermis) ซึ่งเป็นชั้นผิวหนังที่มีหลอดเลือดฝอย เซลล์ประสาทรับความรู้สึก รวมถึงรูขุมขน โดยคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ จะทำหน้าที่ให้ความยืดหยุ่นแก่ผิวหนัง เติมเต็มร่องลึกต่าง ๆ ให้เรียบเนียน เมื่อดึงผิวหนังขึ้นมาแล้ว ก็จะสามารถคืนสภาพได้อย่างรวดเร็ว ถ้าปริมาณของคอลลาเจนในผิวลดลง ริ้วรอยและความเหี่ยวย่นก็จะถามหา อีกทั้งความชุ่มชื้นและความเต่งตึงของผิวก็ลดลง วิตามินซี ตัวช่วยเสริมประสิทธิภาพในการสร้างคอลลาเจน กระบวนการสังเคราะห์คอลลาเจนในร่างกายของเรานั้น จะใช้กรดอะมิโนซึ่งเป็นหน่วยย่อยที่เล็กที่สุดของโปรตีน อยู่ 2 ชนิด คือ โพรลีน (proline) และไกลซีน (glycine) เป็นวัตถุดิบหลัก โดยจะใช้วิตามินซี (vitamin C) เป็นตัวช่วยที่ทำให้การสังเคราะห์คอลลาเจนให้มีความราบรื่น การขาดวิตามินซี จะทำให้ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์คอลลาเจนได้ โดยโรคที่เกิดจากการขาดวิตามินซี คือ โรคลักปิดลักเปิด หรือโรคเลือดออกตามไรฟัน ก็เกี่ยวข้องกับปริมาณคอลลาเจนในหลอดเลือดลดลง เส้นเลือดจึงขาดความแข็งแรง และเกิดเลือดออกได้ง่ายตามมา เราจะเสริมสร้างคอลลาเจนได้อย่างไร เราสามารถเสริมสร้างคอลลาเจนได้หลากหลายทาง ตั้งแต่การทานอาหารที่มีโปรตีนและกรดอะมิโนที่ครบถ้วน การทานผักและผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง ซึ่งจะทำให้มีวัตถุดิบของการสังเคราะห์คอลลาเจนอย่างเพียงพอ หรืออาจจะรับประทานอาหารเสริมคอลลาเจนอย่าง “คอลลาเจนเปปไทด์” ที่สามารถดูดซึมได้เร็ว ความสำคัญของคอลลาเจนในร่างกาย โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับผิวหนัง เป็นเรื่องที่หลายคนให้ความสนใจ อันเนื่องมาจากประสิทธิภาพในการเพิ่มความเต่งตึง ลดรอยเหี่ยวย่น และช่วยย้อนอายุให้กับผิวของคอลลาเจนนั่นเอง   Read more →

การดูแลเส้นผม

September 30, 2015 admin No comments

การดูแลเส้นผม การดูแลเส้นผมและหนังศีรษะให้สะอาด แข็งแรงและสุขภาพดีเป็นสิ่งสำคัญ เพราะในทุกๆวันเส้นผมและหนังศีรษะถูกทำร้ายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการทำสี การย้อม การยืด การไดร์ การหนีบ การดัด การใช้ยาสระผมและครีมนวดผม ที่มีส่วนผสมของสารเคมีต่างๆ ทั้งที่ผ่านความร้อน รังสียูวี ผ่านฝุ่นควันและมลพิษทางอากาศที่เราต้องเผชิญ ก็ทำให้ผมของเราอ่อนแอขาดหลุดร่วงได้ในที่สุด และก่อนที่มันจะสายเกินไป เราก็ควรที่จะบำรุงรักษาเส้นผมและหนังศีรษะให้สะอาด แข็งแรงและมีสุขภาพดีเสียตั้งแต่ตอนนี้จะดีที่สุด 1. การทำความสะอาด ควรที่จะทำความสะอาดเส้นผมและหนังศีรษะโดยการใช้แชมพูที่เหมาะสมกับสภาพผมของแต่ละคน ชโลมให้ทั่วและสระอย่างเบามือให้เกิดฟองจนทั่ว และล้างออกให้สะอาด 2. บำรุงด้วยครีมนวดผม หลังจากสระผมเสร็จแล้วให้ใช้ครีมนวดผมชโลมที่ปลายผมให้ทั่วก่อนและนำไปชโลมส่วนกลางและส่วนบน ทิ้งไว้สักครู่แล้วล้างออกด้วยน้ำให้สะอาด 3. การดูแลเส้นผมขณะผมเปียกน้ำ ไม่ควรที่จะใช้ผ้าขนหนูขยี้ผมแรงๆเพราะในขณะผมเปียกผมจะเปราะบางและขาดหลุดร่วงง่าย จึงควรใช้ผ้าขนหนูซับหรือบีบน้ำจากผมอย่างเบามือแทน ควรใช้หวีซี่ห่างที่อ่อนโยนกับเส้นผมมากกว่าหวีซี่ถี่ และให้ค่อยๆหวีจากปลายผมไปสู่โคนผม 4. กันความร้อนจากลมเป่าผม ควรที่จะใช้ครีมบำรุงชนิดที่ไม่ต้องล้างออก หรือวิตามินสำหรับดูแลเส้นผม บำรุงที่ผมก่อนเพราะจะทำให้ผมได้รับการดูแล เพิ่มความชุ่มชื่น มีประกายเงางาม แถมยังช่วยกันความร้อนจากลมร้อนได้อีกด้วย เพราะลมร้อนจะทำให้ผมแห้งเสียและแตกปลายนั่นเอง 5. หลีกเลี่ยงการมัดหรือผูกผม การที่ผมถูกผูกมัดบ่อยๆนั้นจะทำให้เกิดการดึง รั้ง เส้นผมเป็นประจำทำให้ผมขาดหลุดร่วงง่าย ควรเปลี่ยนตำแหน่งที่มัดผมเสมอ ควรใช้รางรัดผมที่เป็นผ้า หรือหลีกเลี่ยงการใช้หนังยางรัดผมโดยตรง 6. การปกป้องเส้นผมจากดวงอาทิตย์ ควรสวมหมวกหรือกางร่มขณะอยู่ในที่กลางแจ้งหรืออยู่กลางแดดเป็นเวลานานๆเพื่อไม่ให้ผมแห้งเสีย หรือถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็ให้หาผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่มีส่วนผสมในการป้องกันรังสียูวีและช่วยบำรุงผม ในขณะเดียวกันเพื่อช่วยให้ผมยังคงมีสุขภาพดีไม่แห้งเสียหรือขาดหลุดร่วงง่าย 7. การรับประทานอาหารเพื่อการดูแลเส้นผม การที่เรารับประทานอาหารที่มีโปรตีนและธาตุเหล็กสูงจะช่วยให้ผมแข็งแรง และเร่งการเจริญเติบโตของเส้นผมได้ เห็นแล้วใช่ไหมคะว่าการดูแลและบำรุงรักษาเส้นผมไม่ใช่เรื่องยุ่งยากเลย เพียงแค่เราใส่ใจสักนิด ลงมือปฏิบัติอย่างมีวินัย ก็จะทำให้เส้นผมของเราแข็งแรง สวยงาม ไม่ขาดหลุดร่วงง่ายอีกด้วยล่ะค่ะ Read more →

เพิ่มความสวยสดชื่นให้กับคุณทุกเช้าด้วยทริคดีๆก่อนนอน

September 25, 2015 admin No comments

เพิ่มความสวยสดชื่นให้กับคุณทุกเช้าด้วยทริคดีๆก่อนนอน เรื่องความสวยความงามเป็นสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนให้ความใส่ใจ ไม่ว่าจะทำอะไรที่ทำให้ตัวเองสวยผู้หญิงอย่างเราๆก็จะหามาทำ และหลายคนบอกว่าถ้าจะมองว่าผู้หญิงคนนี้สวยหรือไม่สวยให้มองกันตอนที่เธอตื่น ทำให้สาวๆหลายคนมีข้อกังวลกับเรื่องนี้มาก ซึ่งเราจะมีเทคนิคดีมาแนะนำให้สาวๆเอาไปใช้ก่อนนอน เพื่อตื่นเช้ามาพร้อมกับความสดใสและความสวยงามที่ไม่ต้องพึ่งเมคอัพเลยทีเดียว 1. ล้างหน้าให้สะอาดทุกครั้งก่อนนอน นี่เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะต้องทำไม่ว่าวันนั้นคุณจะเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าเพียงใด แต่ไม่ควรลืมที่จะทำความสะอาดหน้าให้หมดจด ปลอดเครื่องสำอางค์ เพราะหากคุณยังมีเครื่องสำอางค์ติดค้างอยู่บนใบหน้า รับรองว่าเมื่อคุณตื่นเช้ามาสิ่งที่เพิ่มมาด้วยนั่นคือสิวแน่ๆ 2. การนอนหลับให้เพียงพอจะเป็นสิ่งที่ช่วยให้คุณผู้หญิงตื่นมาพร้อมความสวย เพราะช่วงเวลา 5 ทุ่มถึงตี2 นั้นจะเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายจะทำการซ่อมแซมส่วนที่สึกหลอได้ดี ดังนั้นทางที่ดีที่สุด คือการเข้านอนไม่เกิน4 ทุ่ม และหลับให้ได้วันละ 7-8 ชั่วโมง รับรองว่าคุณจะตื่นมาพร้อมกับความสดใสแน่นอน 3. งดทาแป้งหลังทาครีมก่อนนอนทุกครั้ง คุณรู้หรือไม่ว่าเมื่อคุณหลับนั้นใบหน้าจะมีการผลิตน้ำมันออกมา หากคุณทาแป้งหลังจากทาครีมไปแล้ว ใบหน้ามีการเสียดสีกับหมอน บวกกับความมัน อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งทำให้เกิดสิวอุดตันได้ ดังนั้นทาเพียงครีมอย่างเดียวจะดีกว่านะจ๊ะ 4. การดูแลเส้นผมก่อนนอน อาจจะดูเป็นเรื่องยุ่งยากแต่เชื่อเถอะว่า เมื่อคุณตื่นมาในตอนเช้าผมของคุณก็จะดูเงางามสลวยสวยเก๋กว่าใครๆแน่นอน วิธีง่ายๆคือให้ใช้น้ำมันมะพร้าวหรือน้ำมันมะกอกหมักผมและนวดๆบริเวณหนังศรีษะ จากนั้นคลุมด้วยหมวกพลาสติกแล้วนอน เมื่อตื่นมานวดอีกหน่อยแล้วค่อยสระผม ก็จะเห็นถึงความแตกต่างที่มากขึ้นของเส้นผมคุณ 5. การบำรุงริมฝีปากก่อนนอน เป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายๆ เพราะเมื่อคุณนอนจะมีการสูญเสียน้ำจากร่างกายทำให้ปากแห้งหรือแตก ดังนั้นควรบำรุงด้วยการทาวาสลีน หรือลิปมันที่ไม่มีกลิ่นไว้ที่ปากก่อนนอน เพื่อให้ตื่นมามีเรียวปากที่อวบอิ่มและสดชื่น ขั้นตอนเหล่านนี้อาจจะดูซับซ้อนและยุ่งยากในการดูแลตัวเอง แต่เชื่อเถอะว่าเมื่อเราทำไปบ่อยๆแล้วนั้นจะทำให้เราชินและติดเป็นนิสัย เมื่อเราตื่นนอนแล้วมีใครมาเห็นก็จะได้ไม่ต้องอายด้วย รับรองว่าถูกใจกันแน่นอน Read more →

หน้าขาวใส ด้วยสมุนไพร

February 25, 2015 admin No comments

หน้าขาวใส ด้วยสมุนไพร วิธีทำให้หน้าขาวเนียนใสนั้น สามารถทำได้หลากหลายวิธีด้วยกัน แต่จะทำให้หน้าขาวใสอย่างปลอดภัย จะต้องใช้วิธีทางธรรมชาติ หรือไม่การใช้วิธีทำให้หน้าขาวใสด้วยสมุนไพรนะคะ เพราะในพืชสมุนไพรนั้น จะมีวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อผิวเป็นจำนวนมาก จึงช่วยให้ผิวขาวได้ดี และยังอ่อนโยนต่อผิวอีกด้วย จึงเป็นวิธีทำให้ผิวขาวที่ได้ผลจริง และปลอดภัยนั่นเอง วันนี้เราจึงนำวิธีทำให้ผิวขาวด้วยสมุนไพรมาฝากเพื่อนๆกันค่ะ ใครอยากมีหน้าขาวเนียนใส พลาดไม่ได้เลยนะคะ 1. ขมิ้น                      ขมิ้น เป็นสมุนไพรหน้าขาว ที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนานเลยล่ะ และยังเป็นสมุนไพรที่จะทำให้ใบหน้าของคุณมีความเนียนนุ่มอีกด้วย โดยการทำให้หน้าขาวนั้น ให้คุณนำขมิ้นชันมาพอกหน้า ทิ้งไว้ 10-15 นาที แล้วล้างออก ทำเป็นประจำทุกวัน จะช่วยให้หน้าขาวเนียนใสได้ดี 2. แตงกวา                      แตงกวา เป็นสมุนไพรที่ช่วยในการบำรุงผิวหน้าได้เป็นอย่างดี และยังทำให้ผิวของคุณมีความชุ่มชื้นอีกด้วย โดยให้คุณนำแตงกวามาหั่นเป็นชิ้นๆ เสร็จแล้วนำไปแช่ช่องฟรีสไว้สัก 20 นาที แล้วนำมาวางให้ทั่วใบหน้าทิ้งไว้ 30-60 นาที แล้วแต่สะดวก ใบหน้าของคุณจะขาวใสและดูชุ่มชื้นขึ้นมากทีเดียวค่ะ 3. มะละกอ                      มะละกอ ผลไม้เพื่อความงาม คุณสามารถนำมะละกอมาทำให้ผิวขาวใสได้ ด้วยการ นำมะละกอสุกมาปั่นรวมกับนมสด แล้วนำมาพอกหน้าไว้ประมาณ 15นาที ทำบ่อยๆ อาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง ใบหน้าของคุณจะเรียบเนียนและขาวใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยล่ะ 4. ทานผลไม้บ่อยๆ                      วิธีนี้เป็นวิธีที่เบสิคสุดๆ เพียงแค่คุณทานผลไม้บ่อยๆ โดยเลือกทานผลไม้ที่มีวิตามิน E และวิตามินซีให้มากๆ เพราะวิตามิน E และ C จะช่วยบำรุงผิวของคุณให้ขาวใสได้นั่นเอง ไม่เพียงแต่ผิวหน้าเท่านั้นนะคะ แต่ยังช่วยบำรุงผิวทุกส่วนของร่างกายของคุณให้ขาวใสอีกด้วย อยากให้หน้าขาวใสอย่างเป็นธรรมชาติ และปลอดภัยที่สุด ต้องใช้วิธีทำให้หน้าขาว ด้วยสมุนไพร และพืชผลไม้นะคะ เพราะนอกจากจะทำให้หน้าของคุณเนียนใสแล้ว ยังช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ และยังช่วยป้องกันการเกิดสิวได้อีกด้วย นอกจากนี้ การดื่มน้ำมากๆ โดยดื่มให้ได้วันละ 2 ลิตรต่อวัน ก็ช่วยให้ผิวของคุณขาวเนียนใสได้เหมือนกันนะคะ และยังทำให้ผิวของคุณชุ่มชื้น รวมถึงทำให้ร่างกายของคุณมีความสมดุลอีกด้วย อยากผิวขาว ก็ต้องรู้จักดูแลผิวนะคะ เพียงแค่คุณดูแลผิวและบำรุงผิวอย่างถูกวิธี ผิวของคุณก็จะขาวเนียนใสแล้วล่ะค่ะ Read more →

พิชิตรอยสิวด้วยพลังสมุนไพร

February 21, 2015 admin No comments

พิชิตรอยสิวด้วยพลังสมุนไพร ปัญหาสิวเป็นเรื่องที่ใครๆ ก็ไม่อยากเจอ เพราะนอกจากจะทำให้ความสวยงามของใบหน้าลดลงแล้ว ยังส่งผลต่อความมั่นใจและทิ้งรอยดำรอยแดงเอาไว้หลังการรักษาอีกด้วย ซึ่งรอยสิวเหล่านี้แม้จะไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายแต่ก็ใช้เวลานานกว่าจะจางลง หลายคนอาจไม่ต้องการใช้ครีมหรือสารเคมีเพื่อเร่งให้รอยจางไวขึ้นเพราะอาจทำให้ผิวบาง บทความของเราวันนี้จึงขอแนะนำวิธีพิชิตรอยสิวด้วยพลังจากสมุนไพรธรรมชาติ รับรองว่าบรรดารอยดำจะไม่เป็นปัญหากวนใจคุณอีกต่อไป 1. มะนาว มะนาวเป็นผลไม้รสเปรี้ยวที่นอกจากจะนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายแล้ว ยังมีสรรพคุณด้านความงาม โดยกรดอ่อนๆ ในน้ำของมันมีฤทธิ์ในการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกไป ช่วยเพิ่มความกระจ่างใสให้กับผิว วิธีการลดรอยดำด้วยน้ำมะนาวทำได้โดยใช้ก้านสำลีชุบน้ำมะนาวสดแต้มบริเวณที่มีรอย ทิ้งไว้ให้แห้งแล้วล้างออก ควรทำเป็นประจำทุกวันจนกว่ารอยจะจางลง 2. ขมิ้นชัน ขมิ้นคือสมุนไพรที่มีชื่อในด้านความงามมาเป็นเวลานานนับแต่สมัยโบราณ มีสรรพคุณในการกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วเช่นเดียวกับมะนาว และยังสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียบางชนิดอันเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวได้อีกด้วย สามารถนำมาใช้ได้โดยการผสมผงขมิ้นกับน้ำสะอาดหรือส่วนผสมอื่น เช่น นมหรือน้ำผึ้ง พอกให้ทั่วใบหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น 3. หอมแดง แม้จะต้องทนกลิ่นที่แรงของมันเล็กน้อยแต่ผลลัพธ์ที่ได้คุ้มค่าแน่นอน หอมแดงมีสรรพคุณต่อต้านเชื้อแบคทีเรียและมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก วิธีการใช้ก็ไม่ยุ่งยากเพียงนำหอมแดงมาปอกเปลือกแล้วล้างให้สะอาด ฝานเป็นแว่นบางๆ จากนั้นนำมาถูบริเวณที่มีรอยดำอย่างเบามือ หากทำเป็นประจำทุกวันรอยสิวจะจางลงอย่างเป็นธรรมชาติ 4. ใบบัวบก นอกจากสามารถนำมาทำอาหารและเครื่องดื่มได้แล้ว ใบบัวบกยังอุดมไปด้วยสารไกลโคไซด์ สารสำคัญในการสร้างคอลลาเจนและต่อต้านอนุมูลอิสระ ทำให้ริ้วรอยต่างๆ บนใบหน้าลดเลือนลงได้ การนำใบบัวบกมาใช้ลดรอยดำจากสิวสามารใช้ใบสดๆ ล้างให้สะอาดแล้วปั่นโดยผสมน้ำเล็กน้อยให้ละเอียด นำมาพอกบริเวณที่มีรอยหรือทั่วทั้งใบหน้าก็ได้ ทิ้งไว้ 10-15 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด 5. มะเขือเทศ นำมะเขือเทศสดล้างสะอาดฝานเป็นแว่นวางบนรอยสิว สามารถทำให้รอยจางเร็วขึ้นพร้อมยังบำรุงผิวให้เนียนใสได้อย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยวิตามินซีและไลโคปีนที่อุดมอยู่ในเนื้อมะเขือเทศ ลองนำสมุนไพรเหล่านี้ไปใช้ในการลดรอยสิวอย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวบางจากการใช้สารเคมีที่รุนแรงในการผลัดเซลล์ผิว นอกจากนี้บรรดาสมุนไพรต่างๆ ยังช่วยให้ผิวสวยเนียนเรียบขึ้น แต่ทั้งนี้ต้องมีวินัยและทำเป็นประจำเท่านั้นนะคะ Read more →

ทำความรู้จัก ‘สิว’ แต่ละประเภทให้เข้าใจมากขึ้น

February 19, 2015 admin No comments

ทำความรู้จัก ‘สิว’ แต่ละประเภทให้เข้าใจมากขึ้น ปัญหาสิวมีหลากหลายซึ่งเป็นไปตามลักษณะอาการ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเจ้าสิวตัวร้ายเหล่านี้ก็สร้างความรำคาญให้กับสาวๆ เรามากพอกันจริงมั้ยคะ วันนี้เราจึงจะพาคุณไปรู้จักกับสิวแต่ละประเภทให้ดีขึ้น เมื่อสังเกตลักษณะของสิวต่างๆ ด้วยตนเองเป็นแล้ว จะได้ทำการรักษาอย่างถูกต้องและทันท่วงที ซึ่งจะช่วยป้องกันการเกิดรอยแผลเป็นรวมถึงป้องกันการลุกลามในอนาคตได้อีกด้วย 1.สิวอุดตัน สิวลักษณะนี้เกิดจากการอุดตันของต่อมไขมัน ลักษณะที่พบจะเป็นตุ่มเล็กคล้ายผื่นซึ่งแตกต่างกันไปตามประเภทย่อยๆ ดังนี้ สิวผด มีลักษณะเป็นสิวเม็ดเล็ก ไม่มีหัว พบได้บ่อยบริเวณหน้าผาก จมูก แก้มและคาง รวมถึงไรผม นอกจากนี้ยังชอบเกิดในช่วงอากาศร้อนชื้นซึ่งทำให้มีเหงื่อออกมาก และยังเกิดขึ้นได้หากถูกกระตุ้นด้วยการเช็ดถูกผิวหน้าอย่างรุนแรง จนอาจเกิดเป็นผื่นคันและแสบร้อนได้ สิวหัวดำ มีลักษณะเป็นสิวนูนเม็ดเล็ก มีรูเปิดออกจนสามารถมองเห็นหัวสิวได้อย่างชัดเจน มีจุดดำอยู่บริเวณกลางหัวสิว มันก็คือ เซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วแต่ไม่มีการผลัดออกจากใบหน้า จนหมักหมมร่วมกับไขมันแล้วทำให้เกิดการอุดตันในที่สุด สิวหัวขาว สิวหัวขาวนั้นสามารถสัมผัสได้ถึงก้อนแข็งเป็นไตเล็กๆ ใต้ผิวหนัง เป็นตุ่มนูนสีขาวสามารถมองเห็นได้ เกิดจากการอุดตันของไขมันในรูขุมขน หากปล่อยไว้ไม่ทำการรักษาหัวของสิวชนิดนี้อาจทำให้เกิดสิวอักเสบได้ 2.สิวอักเสบ สิวประเภทนี้เกิดจากการอักเสบของเซลล์ใต้ผิวหนัง มีลักษณะบวมแดงและมีหนองอยู่ภายในหัวสิว นอกจากนี้ ยังมีขนาดใหญ่กว่าสิวทั่วไปอีกด้วย สิวเสี้ยน สิวเสี้ยนเป็นสิวที่มองเห็นได้ชัดเจนเพราะมักเกิดเป็นกลุ่มตามบริเวณหน้าผาก จมูก ข้างแกมและคาง มีลักษณะเป็นจุดดำหรือกลุ่มของตุ่มไขมันสีขาว เกิดจากการอุดตันไขมันและสิ่งสกปรกภายในรูขุมขน หากลองใช้มือกดหรือลอกด้วยแผ่นลอกสิวเสี้ยนจะพบว่ามีหัวสิวหลุดออกมาในปริมาณมาก ส่วนลักษณะของสิวที่หลุดออกมาอาจเป็นไขมันเส้นยาวหรือหัวสิวสีดำนั้นแล้วแต่สภาพผิวหน้าของแต่ละคน สิวหนอง สิวชนิดนี้จะมีลักษณะเป็นตุ่มนูนมีหนองสีขาวอยู่ภายใน เกิดจากการอักเสบของรูขุมขนหรือการที่ร่างกายขับไขมันออกมาในปริมาณมากเกินควร หากอาการรุนแรงอาจรู้สึกเจ็บบริเวณที่เป็นสิวร่วมกับอาการปวดด้วย สิวหัวช้าง สิวประเภทนี้ร้ายแรงมากเพราะเป็นการอักเสบขั้นรุนแรง สิวหัวช้างจะมีทั้งหนองและเลือดคั่งอยู่ภายใน อีกทั้งยังมีขนาดใหญ่มากและมีอาการอักเสบมากกว่าสิวทั่วไป นอกจากนี้ยังมีความรู้สึกเจ็บรุนแรงแม้ไม่ได้ไปสัมผัสสิวก็ตาม หากไม่ทำการรักษาอาจลุกลามจนกลายเป็นฝีหนองและทำให้เกิดรอยแผลเป็นที่ชัดเจนได้  ผู้ที่เป็นสิวหัวช้างจึงควรไปพบแพทย์ผิวหนังเพื่อขอคำปรึกษาและแนวทางรักษาอย่างถูกต้องจะดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นสิวประเภทไหนเมื่อเกิดขึ้นบนใบหน้าแล้ว สาวๆ ไม่ควรแกะหรือบีบโดยเด็ดขาดเพราะเชื้อโรคจากมือของเราอาจทำให้อาการรุนแรงยิ่งขึ้น ทางที่ดีควรรักษาอย่างถูกต้องด้วยการใช้ยาแต้มสิวโดยเฉพาะ รวมถึงรักษาความสะอาดและสมดุลร่างกายให้ดี หากมีอาการหนักมากก็ควรพบแพทย์ หากปฏิบัติได้ดังนี้อาการสิวต่างๆ ก็จะหายได้อย่างรวดเร็วและหมดปัญหากวนใจจากสิวแน่นอนค่ะ Read more →

สูตรลับกำจัดสิวหัวดำเพื่อผิวหน้าสวยกระจ่างใส

February 19, 2015 admin 1 comment

สูตรลับกำจัดสิวหัวดำเพื่อผิวหน้าสวยกระจ่างใส สิวหัวดำเป็นสิวที่รักษายากอีกชนิดหนึ่ง เพราะเมื่อใบหน้าของเราเกิดสิวประเภทนี้ขึ้นมา นอกจากจะทำให้เกิดความหมองคล้ำไม่สดใสแล้ว ยังสร้างความรำคาญใจแก่ผู้หญิงเราอย่างมาก ด้วยความที่การรักษาหรือลอกหัวสิวออกไปเป็นเหมือนการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น เมื่อเวลาผ่านไปบรรดาสิวหัวดำก็อาจผุดขึ้นมาให้รู้สึกรำคาญใจได้อีก บริเวณที่พบสิวหัวดำได้มากก็คือ หน้าผาก จมูก ข้างแก้ม และปลายคาง เพราะพื้นผิวบริเวณเหล่านี้เป็นส่วนที่มีรูขุมขนกระจายตัวอยู่มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่บริเวณจมูก ความยุ่งยากอีกอย่างก็คือหากรักษาไม่ถูกวิธี สิวหัวดำเหล่านี้อาจอุดตันและเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดสิวอักเสบได้ ปัจจัยที่ทำให้เกิดสิวหัวดำ สิวเสี้ยนหรือสิวหัวดำเกิดจากการอุดตันในรูขุมขนที่มีต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมา แม้ว่าการผลิตไขมันจะเป็นเรื่องธรรมชาติของร่างกาย แต่หากไขมันเหล่านั้นไปรวมตัวกับกระจุกขนขนาดเล็กซึ่งเกิดจากการสร้างขนที่ผิดปกติทำให้มีขนมากกว่า 1 เส้นในรูขุมขน ก็จะส่งผลให้ไขมันและกลุ่มขนนั้นอุดตันอยู่ในรูขุมขนจนแข็งตัวแล้วกลายเป็นหัวสิวในที่สุด โดยเฉพาะหากเราต้องเผชิญกับปัจจัยอื่น เช่น ฝุ่นละออง เครื่องสำอาง หรือคราบเหงื่อไคล ก็จะยิ่งทำให้เกิดการอุดตันจนเป็นสิวหัวดำได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ หากหัวสิวยังค้างอยู่ใต้ผิวหนัง แล้วเกิดติดเชื้อจากแบคทีเรียแล้วล่ะก็อาการจะรุนแรงขึ้นจนกลายเป็นสิวอักเสบที่ทำให้สาวๆ เจ็บปวดจนน้ำตาไหลได้เลยทีเดียว รักษาสิวหัวดำด้วยวิธีจากธรรมชาติ เราสามารถรักษาผิวหน้าให้สวยใสปราศจากสิวหัวดำได้โดยใช้วิธีจากธรรมชาติ โดยไม่ต้องพึ่งพาสถาบันหรือคลินิกเสริมความงามราคาแพง นอกจากนี้ การใช้กระบวนการธรรมชาติยังส่งผลให้เรามีร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ ปลอดภัยจากสารเคมี ราคาประหยัดและเป็นการสร้างความงามอย่างยั่งยืน แต่ทั้งนี้คุณจะต้องมีวินัย หมั่นดูแลความสะอาดร่างกาย ออกกำลังกายสม่ำเสมอ รวมถึงศึกษาหาความรู้ที่จะเป็นตัวช่วยให้สามารถดูแลผิวที่เกิดสิวได้อย่างถูกต้อง ก็จะทำให้สามารถบรรเทาอาการของสิวหัวดำให้ดีขึ้นและเลิกมากวนใจเราได้ในที่สุด แปลกแต่จริง กับการใช้ยาสีฟันกำจัดสิวหัวดำ หลายคนอาจเคยได้ยินเรื่องการใช้ยาสีฟันแต้มสิว แต่ใช่ว่ายาสีฟันทั่วไปจะมีสรรพคุณรักษาสิวเหมือนกันหมด ใครที่สนใจวิธีง่ายๆ วิธีนี้ควรเลือกยาสีฟันที่มีส่วนประกอบของ baking soda, hydrogen peroxide และ triclosen เป็นหลัก เพราะจะมีคุณสมบัติช่วยในการกำจัดสิวอุดตันได้อย่างคาดไม่ถึง นอกจากนี้ ยังมีหลักสำคัญอีกประการก็คือ ควรเลือกยาสีฟันที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติไม่ผสมสารเคมีปรุงแต่งอื่นๆ เช่น ไวท์เทนนิ่ง เป็นต้น หลังจากเลือกยาสีฟันที่เหมาะสมได้แล้ว วิธีการนำมาใช้ก็คือล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นให้สะอาด จากนั้นบีบยาสีฟันเล็กน้อยแต้มลงไปบนพื้นที่ที่เกิดสิวอุดตัน ทาบางๆให้ทั่วบริเวณทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาทีแล้วล้างออก จากนั้นจึงล้างหน้าตามปกติแล้วตามด้วยการทาครีมบำรุงผิว น้ำมะนาวผสมน้ำผึ้ง สูตรทำสวยสารพัดประโยชน์ น้ำผึ้งและมะนาวเป็นวัตถุดิบสารพัดประโยชน์จากธรรมชาติในด้านความสวยความงาม การพอกหน้าด้วยสูตรพอกหน้าสูตรนี้จะทำให้ผิวหน้ากระจ่างใส ลดสิวหัวดำรวมถึงสิวชนิดอื่นๆ อย่างได้ผล วิธีการนั้นก็ไม่ยุ่งยากเพียงแค่นำน้ำผึ้งผสมกับน้ำมะนาว 3-4 หยด คนให้เป็นเนื้อเดียวกันแล้วจึงนำไปแต้มบริเวณที่เกิดสิว กรดผลไม้ในน้ำมะนาวจะช่วยให้หัวสิวละลาย  ผสานการทำงานของน้ำผึ้งที่ช่วยเรื่องความชุ่มชื้นและมีฤทธิ์อ่อนๆ ในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียจึงช่วยเรื่องสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต้มทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที แล้วล้างออกด้วยร้ำอุ่นจนสะอาด ตามด้วยน้ำเย็นเพื่อปิดรูขุมขน เพียงคุณหมั่นทำตามวิธีธรรมชาติเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งดูและและใส่ใจสุขภาพทั้งร่างกาย จิตใจให้แข็งแรง รับรองว่าบรรดาสิวหัวดำหรือสิวเสี้ยนที่ฝังแน่นจะสลายตัวไป คืนความเนียนใสผุดผ่องให้ใบหน้าของคุณอีกครั้งอย่างแน่นอนค่ะ Read more →

แนะเคล็ดลับรักษาและป้องกันสิวหัวหนอง

February 16, 2015 admin No comments

แนะเคล็ดลับรักษาและป้องกันสิวหัวหนอง สิวอีกหนึ่งชนิดที่มักแวะเวียนมาให้ผู้หญิงเรารำคาญใจเสมอก็คือ สิวหัวหนอง เมื่อใดที่ใบหน้าของเราเกิดสิวหัวหนองขึ้นมาล่ะก็ เตรียมพบกับความเจ็บปวดที่จะตามมากันได้เลย นอกจากนี้ บรรดาสิวที่แพร่กระจายหลังจากติดเชื้อแบคทีเรียยังเป็นตัวการทำลายความมั่นใจของเราได้เป็นอย่างดี เพราะฉะนั้น การป้องกันและรักษาอย่างถูกวิธีเมื่อเกิดสิวหัวหนองจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ควรเอาใจใส่ ก่อนที่สิวชนิดนี้จะลุกลามบนผิวหน้าจนรักษายากขึ้น สิวแบบไหนคือ สิวหัวหนอง บทความของเราวันนี้จะพาไปทำความรู้จักกับสิวหนอง หรือสิวอักเสบที่มีลักษณะเป็นผื่นเม็ดเล็กที่กระจายตัวอยู่บนผิวหน้า แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ สิวอักเสบที่เกิดขึ้นเม็ดเดียวและสามารถกลายเป็นสิวหัวช้างได้หากอาการรุนแรงขึ้น, สิวหัวหนองเม็ดเล็กที่กระจายตัวบนใบหน้า สำหรับสิวประเภทนี้เป็นอาการที่ผู้เผชิญต้องปวดหัวกับมันพอสมควรเพราะการแพร่กระจายที่มักเกิดไม่พร้อมกัน และยังมีโอกาสถูกกระตุ้นให้กลับมาเป็นได้อีกโดยง่าย และประเภทสุดท้ายก็คือ สิวหัวหนองขนาดเล็กซึ่งประเภทนี้จะฝังตัวอยู่ใต้ผิวหนังของเรา ทำให้รักษายากเพราะแม้สิวจะบวมขึ้นมาเยอะแต่หัวของมันกลับอักเสบอยู่ภายใน ทำให้แม้ว่าหนองจะออกไปจนหมด แต่หัวสิวที่หยั่งรากอยู่ก็พร้อมจะเกิดภาวะอักเสบขึ้นมาใหม่ได้เสมอ สิวหัวหนองเกิดขึ้นได้อย่างไร สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดสิวหัวหนองนั้นยังไม่อาจทราบแน่ชัด แต่มีปัจจัยที่กระตุ้นได้จากทั้งภายนอกและภายใน ปัจจัยหลักที่พบมากที่สุดก็คือการอักเสบร่วมกับการมีเชื้อแบคทีเรียปะปนอยู่กับชั้นไขมันบนผิวของเรา นอกจากนี้ถึงแม้ว่าสิวหัวหนองที่เกิดขึ้นจะมีขนาดเล็กแต่ก็สร้างความเจ็บปวดให้กับผู้ที่เจอปัญหานี้อย่างมากเลยทีเดียว อีกทั้งการเกิดในลักษณะตุ่มผื่นกระจายทั่วบริเวณใบหน้ายอาจทำให้สาวๆ ที่ต้องแต่งหน้าเป็นประจำรำคาญใจเป็นอย่างมาก การเกิดสิวหัวหนองระยะแรก หนองที่อยู่ภายในสิวจะเห่อออกมาแล้วแตกตัวออกไปเอง นับเป็นจุดเริ่มต้นของการอุดตันของไขมันในรูขุมขนจนอาจเกิดสิวอื่นๆ ตามมาในอนาคต เมื่อใดที่มีปัจจัยมากระตุ้น เช่น ช่วงมีประจำเดือน ความเครียด พักผ่อนน้อย หรือฮอร์โมนในร่างกายมีการเปลี่ยนแปลง สิวเหล่านี้ก็จะเริ่มกลัดหนองจนเกิดเป็นตุ่มสิวขึ้นมากวนใจเราอีกในที่สุด เคล็ดลับรักษาและป้องกัน หากเกิดภาวะสิวหัวหนองขึ้นกับเรา มีความจำเป็นอย่างมากที่ต้องรักษาโดยใช้ยาร่วมด้วย ซึ่งทั่วไปแล้วมักจะเป็นยาฆ่าเชื้อ ยาปฏิชีวนะ ประเภทเบนซอยด์เปอร์ออกไซด์ เรโซสินอยด์และซัลเฟอร์ ซึ่งหากผู้ใดต้องการใช้ยาเหล่านี้ในการรักษาควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะดีที่สุด เพราะยาแต่ละชนิดอาจมีผลข้างเคียงต่อร่างกายของเราได้  โดยเฉพาะช่วงแรกของการทายาอาจรู้สึกถึงอาการข้างเคียงต่างๆ เช่น แสบร้อน บวม คันผิวหนัง สำหรับใครที่ผิวแพ้ง่ายจนอาการรุนแรงขึ้นควรหยุดรักษาด้วยยาทาแล้วใช้วิธีอื่นที่ไม่ทำให้เกิดอาการแพ้ สำหรับสาวๆ คนไหนสามารถใช้ยารักษาจนอาการดีขึ้น ควรหันมาเอาใจใส่รร่างกายให้มากกว่าเดิมเพื่อป้องกันปัจจัยกระตุ้นที่อาจทำให้เกิดสิวหัวหนองได้อีกในอนาคต คือเลี่ยงการเผชิญแดดแรงที่อาจทำร้ายผิวได้ และควรใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF เพียงพอทุกครั้งในแต่ละวัน เรื่องการรักษาความสะอาดก็เป็นสิ่งสำคัญ ควรล้างหน้าให้สะอาดก่อนนอนทุกวัน หากแต่งหน้าหรือใช้เครื่องสำอางก็ควรใช้ผลิตภัณฑ์เช็ดล้างเครื่องสำอางโดยเฉพาะเพื่อความสะอาดที่มั่นใจได้ พยายามอย่าเผลอแกะ เกา และบีบสิวเพราะความสกปรกจากมืออาจทำให้อาการของสิวกำเริบขึ้นได้ นอกจากนี้ การออกกำลังกายและรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ก็เป็นตัวช่วยสำคัญในการทำให้ร่างกายแข็งแรง ปราศจากปัญหาสิวมากวนใจได้เช่นกันค่ะ Read more →

Scroll to Top