นิทานอีสป

นิทานอีสป เรื่อง นกที่อยากจะเป็นเจ้าแห่งสัตว์ปีก

July 17, 2012 nithan No comments

นิทานอีสป เรื่อง นกที่อยากจะเป็นเจ้าแห่งสัตว์ปีก วันหนึ่งเทพเจ้าทรงตรัสขึ้นว่า ” พวกสัตว์ปีกที่อยู่ในป่านี้ตัวไหนที่มีขนปีกที่สวยที่สุด เราจะเลือกและแต่งตั้งให้เป็นเจ้าแห่งสัตว์ปีก ” พวกสัตว์ปีกทั้งหลายพอได้ฟังเข้าเท่านั้น ก็ให้เป็นวุ่นวายกันไปหมดทั้งป่าเพราะทุกตัวนั้นก็คิดว่าตัวเองจะต้องสวย เป็นเลิศและจะต้อง ได้รับตำแหน่งเจ้าแห่งสัตว์ปีกมาครอบครองอย่างไม่มีปัญหา…นกแก้วผู้มีปีกสี สวยสดรีบ พูดขึ้นก่อนใครเลยทีเดียวว่า ” ฉันนี่สิ..สวยอันดับหนึ่ง สีก็สวย ”   นกหางนกยูงมองค้อนแล้วรำแพนหางที่สวยงาม ของตนออกมาเดินโชว์อวดไปรอบ ๆ ” จะเป็นไปได้ อย่างไร?ท่านนกแก้วดูหางของฉันนี่สิ…จะมีใครที่รำแพงหางแล้วสวยงามอย่างนี้ ได้เท่าฉันหรือ ปล่าวล่ะ? “นกอินทรีย์รีบบินมาเกาะตรงหน้านกยูงที่กำลังรำแพนหางและคุยโอ้อวดตัวนั้น ทันที ” แต่ว่าผู้ที่มีพลังเหนือสัตว์ปีกทุกตัวนั้น ก็คือเรา ” พญานกอินทรีย์ ” เรานี่สิที่จะได้รับเลือกให้เป็นเจ้าแห่ง สัตว์ปีก ” ที่รู้ ๆก็เป็นว่าให้เป็นวุ่นวายระส่ำระสายถกเถียงกันไปทั่วทั้งป่าเลยหละงานนี้…   ส่วนนกหงส์นั้นไม่สนใจผู้ใดรีบลงไปขัด ศรีฉวีวรรณ์ ไซร้ขนทำความสะอาดปีกสีขาวของตนอยู่ ในสระเป็นการใหญ่ แล้วพูดดัง ๆขึ้นว่า ” ก่อนอื่นถ้าขนปีกสกปรก แล้วจะได้รับเลือกตั้งให้เป็นเจ้า แห่งสัตว์ปีกได้อย่างไรเล่า?ฮึ ” พวกนกต่าง ๆที่ได้ยินเข้าต่างก็เห็นพ้องต้องตามด้วยทันที ” ใช่สิ ก่อนอื่นต้องสะอาดเสียก่อนจริง ๆด้วย ” นกทุกตัวรีบกระโจนลงไปในสระน้ำแล้วแย่งกันทำการไซร้ขน ปีกเพื่อทำความสะอาดกันเป็นการใหญ่ นกกาที่มีขนปีกสีดำสนิททั้งตัวก็ทำการทำความสะอาดขนปีก ของตนไปกับเขาด้วยเหมือนกัน….   แต่ว่าไม่ว่าจะล้างหรือจะขัดศรีฉวีวรรณ์ อย่างไร?ขนปีกของนกกาก็ยังคงเป็นสีดำสนิทอยู่นั่นเอง…หาได้ มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปสักนิดไม่ มันล้างขนปีกไปและส่องดูขนปีกที่ล้างอยู่นั้นในน้ำแล้วก็ได้แต่ทอดถอนใจอยู่ อย่างนั้นด้วยความเศร้าอย่างที่สุด ” เฮ้อ..ทำยังไง ๆเราก็ไม่มีวันที่จะได้รับเลือกให้เป็นเจ้าแห่งสัตว์ปีก กับเขาหรอก..เฮ้อ.. ” เมื่อพวกนกต่าง ๆและนกหงส์ล้างขนปีกของพวกตนเสร็จแล้วทุกตัวก็กระจัดกระจาย กันกลับขึ้นฝั่งไปจนหมด   จะหลงเหลือไว้ก็แต่พวกขนปีกที่โดนไซร้ โดนล้างวางอยู่กระจัดกระจายอยู่บนฝั่งน้ำทั่วไปมากมาย อย่างเดียวเท่านั้น…นกกามองพวกขนปีกที่หลงล่วงอยู่นั้นแล้วมันก็เกิดความคิด ขึ้นมาอย่างหนึ่ง ” โอ้โห…ขนปีกพวกนี้สวย ๆทั้งนั้น…เอามาแซมลงไปในปีกของเราดีกว่า บางทีเราอาจจะได้รับ เลือกให้เป็นที่หนึ่งเป็นเจ้าแห่งสัตว์ปีกก็ได้นะนี่ ” เมื่อคิดได้ดังนั้นเจ้านกกาก็รีบเก็บพวกขนปีก ที่ร่วงอยู่ทั้งหมดนั้นแล้วนำมาแซมเข้าไปในขนปีกของตนทันที   แล้ววันที่จะเลือกตั้งผู้ที่มีขนปีกที่ สวยที่สุดเพื่อจะได้รับเลือกให้เป็นเจ้าแห่งสัตว์ปีกก็มาถึง…พวกนก สัตว์ปีกทั้งหลายรีบออกมายืนเรียงกันเพื่อให้เทพเจ้าเลือกและตัดสินแล้ว เทพเจ้าก็ชี้มือไปที่เจ้านกกา ตัวนั้นทันที ” เจ้านี่แหละที่มีขนปีกที่สวยที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง เราตัดสินใจเลือกให้เจ้าได้รับตำแหน่งเป็นเจ้า แห่งสัตว์ปีกตั้งแต่วันนี้ ” นกตัวอื่น ๆ […] Read more →

นิทานอีสป เรื่อง ขุมทรัพย์ในไร่องุ่น

July 17, 2012 nithan No comments

นิทานอีสป เรื่อง ขุมทรัพย์ในไร่องุ่น นานมาแล้ว…ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง มีพ่อผู้ที่ขยันขันแข็งทำงาน เป็นอย่างมากอยู่ผู้หนึ่ง อาศัยอยู่กับพวกลูกชายที่แสนที่จะขี้เกียจเป็นอย่างมาก ของเขา ผู้เป็นพ่อจะตื่นขึ้นมาตั้งแต่เช้าตรู่ และก็จะลงมือทำไร่ซึ่งก็เป็นไร่องุ่นเพื่อนำมาทำ เหล้าไวน์ จนถึงเวลาค่ำมืดอยู่เป็นประจำ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ลูกชายคนโตสุดของเขาก็ชอบแต่ที่จะกินอย่างเดียวเพราะเป็นคนที่ตะกละ, ลูกชาย คนที่สองก็เป็นคนที่ออกจะขี้เกียจวัน ๆจะเอาแต่นอนโดยไม่คิดที่จะช่วยทำอะไรเลย สักอย่าง…ส่วนลูกชายคนที่สามก็เป็นคนที่ชอบที่จะเที่ยวเล่นเป็นอย่างมาก   ลูกชายคนที่สี่ก็เช่นกัน เป็นพวกขี้เมาจะชอบแอบดื่มเหล้าไวน์ที่พ่อของเขาผลิต ขึ้นนั้นอยู่เป็นประจำ ผู้เป็นพ่อต้องได้รับแต่ความเสียใจเป็นอันมาก  ” ทำไมพวกเจ้าถึงได้ขี้เกียจไม่ชอบ ทำงานกันอย่างนี้เล่า?? ตอนนี้ที่ไร่องุ่นของพวกเรานั้นกำลังเ่ยวเฉาและโรยรา แม้แต่ ผลองุ่นสักผลเล็กๆ ก็ไม่มีออกมาให้เห็นอยู่อย่างเช่นนี้แล้ว ทำไม พวกเจ้าจึงได้นิ่งดูดาย เปลี่ยนหัวใจหันกลับมาขยันทำงานกันสักทีสิ! ” แต่ว่าไม่ว่าพ่อของพวกเขาจะพูดตักเตือนขอร้อง ดุด่าว่าอย่างไรพวกเขาก็ยังเป็นอยู่เหมือนเดิมไม่เคยคิดที่จะเปลี่ยนแปลง   แล้ววันหนึ่งในที่สุด…ผู้เป็นพ่อซึ่งแก่ ชรามากแล้วของพวกเขาก็เกิดล้มป่วยลง เจ็บคราวนี้แกรู้ตัวว่า กำลังใกล้จะตายเต็มทีแน่แล้ว และก่อนที่ แกใกล้จะหมดลมหายใจ แกก็ยังห่วงลูก ๆจอม ขี้เกียจทั้งสี่ของแก เป็นอย่างมากและได้เรียกเข้ามาสั่งเสียที่ข้างเตียงนอนว่า ” พ่อคงอยู่ ต่อไปได้อีกไม่นาน เพราะฉะนั้นพ่อจะบอกสิ่งที่สำคัญที่สุดเกี่ยวกับที่ซ่อน สมบัติมหาศาลกับพวกเจ้า ” ” สมบัติอะไรหรือพ่อ??”   ลูกชายทั้งสี่ทั้งตกใจและแปลกใจ…จึงได้ถามซ้ำอีกครั้งว่า “บ้านเรา มีสมบัติซ่อนไว้ด้วยหรือพ่อ??” ” ใช่แล้ว..มันเป็นสมบัติของพวกเจ้า พ่อได้แอบซ่อนเพชร,ทองและเงินเอาไว้ที่ในไร่องุ่น..โอ้! แต่ตอนนี้พ่อช่าง ทุกข์ทรมานเหลือเกิน…” ” พ่อ!!อย่าเพิ่งตายสิ ไหนกรุณารีบ ๆ บอกพวกเรา เร็ว ๆด้วยว่าพ่อซ่อนสมบัติพวกนั้นไว้ในที่จุดไหนของไร่องุ่นล่ะ..พ่อ” แต่พ่อ ด้วยหมดกำลังลงเสียแล้ว และได้ขาดใจตายไปเสียแต่ตอนนั้น ” พ่อ โธ่ พ่อ… อย่าเพิ่งจากพวกเราไปเลย..ฮื่อๆๆๆ”   ” อ้า…พ่อได้ตายลงไปเสียแล้วโดยไม่ทันได้บอกพวกเราถึงที่ซ่อน สมบัติเสียด้วย..มันเป็นสิ่งที่ช่วยอะไรไม่ได้ ดังนั้นพวกเราต้อง ไปที่ไร่องุ่นแล้วขุดพลิกแผ่นดินหาเอาเอง…” เมื่อ งานศพของพ่อได้ผ่านไปแล้ว…ลูกชายทั้ง 4 ก็ลงมือและตั้งหน้าตั้งตาขุดดินในไร่องุ่นเพื่อหาสมบัติตามที่พ่อได้บอกไว้ ก่อนตาย ในทุก ๆวัน  ” ว๊อย..วันนี้ก็ไม่พบสมบัติอีกตามเคย!” ทั้งสี่ตั้งหน้าตั้งตาขุดและขุด อย่างเอาเป็นเอาตาย เพื่อหาสมบัติจนเกือบจะทั่วทุกหนทุกแห่งที่มีในไร่องุ่นนั้นเลยทีเดียว   เมื่อเวลาผ่านไป…ผืนแผ่นดินในไร่องุ่น ที่พวกเข้าตั้งหน้าตั้งตาขุดเพื่อหาสมบัตินั้น ก็เปรียบเสมือนกับได้โดนขุดไถและพรวนดินเป็นอย่างดี ดังนั้นต้นองุ่น ที่มีอยู่มากมายในไร่ […] Read more →

นิทานอีสป เรื่อง มดกับจิ้งหรีด

July 17, 2012 nithan No comments

นิทานอีสป เรื่อง มดกับจิ้งหรีด     ในฤดูร้อนที่ร้อนมากของวันหนึ่งจิ้งหรีด จอมขี้เกียจตัวหนึ่งเห็นฝูงมดขนข้าว, เศษผลไม้และลูกไม้ต่าง ๆเดินรำเรียงกันเอาเข้าไปเก็บสะสมไว้ในรังอย่าง ขะมักขะเม้น มันจึงเกิดความสงสัยขึ้นมาอย่างมากจึงถามพวกมดว่า ” นี่เจ้ามด พวกเจ้าน่ะขนข้าว,ขนอาหารไปเก็บไว้ทำไม ?ในทุ่งก็มีมากมายกินกัน ไม่รู้จักหมดรู้จักสิ้นอยู่แล้ว พวกเจ้านี่ช่างแปลกจริง ๆ ร้อนออกจะตายไป บ้าบอไม่มี ที่เปรียบ ขยันกันจริงนะพวกเจ้า ฮ่า ๆๆ ” มันคิดดูถูกพวกมดอย่างมาก…พวกมดจึง หันมาตอบกวน ๆกับมันว่า ” ท่านว่าแปลกมากหรือ? ” “แต่พวกข้าว่าไม่เห็นจะน่าแปลก ตรงไหนเลย ฤดูกาลนี้พืชพันธ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ พวกข้าเก็บได้ง่ายและที่ เหลือกินก็จะช่วยกันขนเอาไปเก็บสะสมไว้เป็นสะเบียงในฤดูหนาวที่แห้งแล้งไม่ มีพืชพันธ์ ธัญญาหารให้เก็บกินกันได้ง่าย ๆไงล่ะ “เจ้าจิ้งหรีดเมื่อได้ฟังดังนั้นจึงพูดขึ้นว่า ” จะไปคิดอะไร กันมากมายถึงกาลไกลโน่นให้ปวดหัวด้วยล่ะเสียเวลาปล่าว ๆ เอาอย่างข้านิสินึกจะกินก็กิน นึกจะนอนก็นอนอาหารมีอยู่รอบตัวไม่เห็นเคยอดหยากสักครั้งเลย ” ตอบแล้วมันก็บินหนีไปแทะ อ้อยข้างทางอาหารโปรดของมันเหมือนขี้เกียจต่อกรกับพวกมด พวกมดมองเจ้าจิ้งหรีดที่บิน จากไปแล้วคิดว่า ” ยังไม่รู้ถึงความอดหยาก ถึงได้ดูถูกและล้อเลียนพวกเรา รอให้ฤดูหนาวมาถึงก่อน เถอะ…ฮึ…แล้วจะรู้สึก ” แม้แต่ในวันที่ฝนตกหนัก พวกมดก็ยังยอมเปียกฝนด้วยตัวที่สั่นเทาไม่ลดละและเลิกขนสะเบียงอาหาร เลยมันยังคงตั้งหน้าตั้งตาลำเรียงเข้าไปเก็บไว้ในรังอยู่อย่างเดิม…เจ้า จิ้งหรีดซึ่งนั่งหลบฝนอยู่ใต้ใบไม้ เมื่อมันเหลือบไปเห็นพวกมดเข้าเท่านั้นมันก็หัวเราะออกมาด้วยเสียงอันดังและ ส่ายหัวไปมาแล้วพูด ดูถูกล้อเลียนพวกมดว่า “ขยันกันจริง ๆนะพวกเจ้า ฮ่า ๆๆ..ฝนตกเฉอะแฉะน่ารำคาญจะตาย อย่างวันนี้ พวกเจ้าถ้าจะบ้าเอาอย่างมากเลยนะ…ข้าว่ามานอนหลบฝนกับข้าไม่ดีกว่าเหรอ รอให้ฝนหยุดเสียก่อนจะดีกว่านะ ฮ่า ๆๆๆ ” แต่พวกมดก็ยังเดินขนของไปแล้วหันมาตอบกับจิ้งหรีด เหมือนไม่ยอมให้เสียขนอาหารไปเลยสักนิด ” บอกแล้วไง ตอนนี้ยังพอมีพืชพันธ์ธัญญาหารให้เก็บอยู่ ต้องรีบเอาไปเก็บสะสมไว้อีกให้มาก ๆไง ” จิ้งหรีดส่ายหัวไปมาด้วยความเบื่อในความคิดของ พวกมดมันเลยเกล้งนั่งหลับไม่ยอมหันกลับไปมองพวกมดอีกเลย… และในวันที่ลมพัดแรงแสนแรง พวกมดก็ยังคงทำงานและหน้าที่ของมันอยู่ไม่มีเปลี่ยนแปลง พวกมันเดินเกาะกลุ่มกันเดินต้านลมขนข้าวขนสะเบียงอาหารอยู่เหมือนเดิม เจ้าจิ้งหรีดนั้น วันนี้หนีลม แรงเข้าไปหลบอยู่ในโพรงไม้และเมื่อมันมองออกไปและเห็นพวกมดเข้าให้อีก มันจึงตะโกนออกมา ด้วยเสียงอันดังแล้วก็ยังพูดดูถูกพวกมดเหมือนเดิมอีกนั่นแหละว่า ” ข้าว่าพวกเจ้านี่บ้าจริง ๆของ แท้เลยหละ…ลมพัดแรงจะตายไป ยังจะขยันกันอยู่ได้อีก เดี๋ยวก็ปลิวไปตามลมหรอก ฮ่า ๆๆๆ ” พวกมดนั้นฟังเจ้าจิ้งหรีดพูดดูถูกและล้อเรียนจนเคยเสียแล้วแต่พวกมันก็ไม่ ได้คิดโกรธ […] Read more →

นิทานอีสป เรื่อง มดกับตัวดักแด้

July 17, 2012 nithan No comments

นิทานอีสป เรื่อง มดกับตัวดักแด้ ในคืนวันหนึ่งที่ในป่าลึก ได้เกิดลมมรสุมลูกใหญ่พัดกระหน่ำลงมาตลอดทั้งคืน…เรียกว่ามันเป็นคืน ที่สยองและโหดร้ายอย่างมากเลยทีเดียว…และกว่าลมมรสุมลูกนั้นจะพัดผ่านพ้นลง ไปก็เช้าพอดี พระอาทิตย์แย้มหน้าออกมาส่องแสงให้ความสว่างไสวไปทั่วทั้งป่า มีมดตัวหนึ่ง ค่อย ๆแย้มหน้าของมัน โผล่หัวออกมาจากใต้ใบไม้แห้งที่วางปิดอยู่บนปากหลุมใต้ต้นไม้ต้นใหญ่ต้น หนึ่งที่เมื่อคืนมันได้ใช้ เป็นที่หลบลมพายุลูกร้ายลูกนั้นอยู่ทั้งคืน… ” โอ้ย…สุดแสนจะน่ากลัวและโหดร้ายมากเลยเมื่อคืนนี้ ” เมื่อมันโผล่หัวออกมาได้ ก็บ่นงึมงำอย่างหัว เสียเป็นที่สุด แล้วขณะนั้นมันก็ได้เหลือบไปเห็นสิ่งหนึ่งเข้า เจ้าสิ่งนั้นเคลื่อนไหวไปมาอย่างลำบาก ลำบนกลิ้งกระดืบออกมาจากใต้ใบไม้แห้งข้าง ๆตัวของมัน มันหละให้เป็นนึกขะหยะขะแหยงและความรู้ สึกไม่ค่อยจะดีในความน่าเกลียดของเจ้าสิ่งที่มันได้เห็นนั้น ทำไมถึงน่าเกลียดน่าชังอย่างนี้นะ…มันคิด แล้วก็พร้อมกันนั้นมันก็พูดขึ้นกับเจ้าสิ่งนั้นว่า ” นี่เอ็ง…เป็นตัวอะไรฟะ มือก็ไม่มีขาก็ไม่มี จะเคลื่อนไหว แต่ละทีก็ลำบากลำบนออกอย่างนั้น…ทำไมเจ้าถึงเป็นแมลงตะกูลที่น่าเกลียดที่ สุดในโลกอย่างนี้เล่า… ” สิ่งที่มันนึกขะหยะขะแหยงนั้นคือตัว ดักแด้ที่กำลังรอเวลาที่จะลอกคราบอยู่ในอีกไม่นานแต่เพราะลม มรสุมเมื่อคืน มันจึงโดนพัดให้ตกลงมาสู่พื้นดินด้านล่างอย่างโชคร้าย…” ขอโทษทีนะท่าน ที่ทำให้ท่านความรู้สึกไม่ดีเมื่อเห็นเราเข้า เราเป็นดักแด้ตัวอ่อนของแมลงชนิดหนึ่ง มือก็ไม่มี ขาก็ไม่มี จึงเดินไม่ได้เหมือนอย่างท่าน ” เจ้ามดเมื่อได้ฟังดังนั้นก็ทำหน้าเบ้ แล้วพูดว่า ” แมลงอย่างเจ้า เกิดมามีกรรม เสียชาติเกิดนะ เป็นแมลงจะต้องมีขาแล้วต้องเดินได้ปีนต้นไม้ได้ เหมือนอย่างข้านี่สิ ถึงจะเรียกว่าแมลง ไม่เสียชาติเกิด…ช่างเป็นเรื่องที่น่าอายอย่างเหลือเกินถ้าจะให้ข้านับเจ้า ว่าเป็นพวกพ้อง แมลงเผ่าพันธุ์เดียวกันกับข้า ฮึ…เสียความรู้สึกเป็นที่สุด ” เจ้ามดพูดว่าและดูถูกตัวดักแด้ตัวนั้นให้เสียใจ อย่างมาก…แล้วมันก็เดินหนีจากไปทันที… เมื่อเวลาได้ผ่านมาวันหนึ่ง หลังจากที่ฝนได้ตกลงมาอย่างหนัก พื้นดินทั่วทั้งป่าก็บรรดาลให้เกิดเป็นโคลน เป็นตมไปหมดทั่วทุกที่ ขณะที่เจ้ามดตัวเดิมกำลังเดินลุยโคลนอยู่ด้วยความลำบากลำบนเพราะกว่ามัน จะก้าวขาออกไปข้างหน้าได้แต่ละก้าวนั้น โคลนเหลว ๆที่เกาะอยู่ตามแข้งตามขาของมันคอยยึดขาของ มันไว้ติดเหนียวแน่นทำให้เดินลำบากน่ารำคาญอย่างยิ่ง มันจึงบ่นขึ้นด้วยความหัวเสีย ” โอ้ย…โคลนเละ ๆ เหลว ๆทั้งนั้น เดินลำบากยากเย็นเสียจริง ๆ ” มันบ่นไปเดินไปและคิดว่าแหมวันนี้มันช่างโชคร้าย เสียเหลือเกิน…แล้วขณะนั้นอยู่ ๆก็มีเสียง ๆหนึ่งดังขึ้นมาจากด้านบนเหนือหัวของมันว่า ” แมลงที่มีขา อย่างเดียวไม่มีปีกบินไปไหนมาไหนหนีภัยไม่ได้อย่างเจ้า ก็จำเป็นจะต้องได้รับกรรมจำต้องเดินด้วย ความลำบากลำบนในที่ ๆทีเป็นโคลนเป็นตมอย่างนั้น ช่างน่าสงสารเสียเหลือเกินนะเนี่ย…เกิดมาเป็น แมลงมีแต่ขาอย่างเดียวอย่างเจ้านี่ เสียชาติเกิดนะ เจ้ามดเอ๋ย..ช่างน่าอายเหลือเกินถ้าจะให้ข้านับเจ้า ว่าเป็นแมลงเผ่าพันธุ์พวกพ้องเดียวกันกับข้า…ช่างน่าอายเสียจริง ๆ” เจ้ามดรีบเงยหน้าขึ้นมองตามเสียงที่พูด ดูถูกดูแคลนมันอยู่ทันที แล้วมันก็ได้เห็นผีเสื้อที่สวยงามมาก ตัวหนึ่งกำลังกะพือปีกที่กว้างใหญ่และสวยงามนั้นเหมือนอวดเยาะเย้ยอยู่ด้าน บน มันจึงพูดว่า ” […] Read more →

นิทานอีสป เรื่อง กาอยากเป็นหงส์

July 16, 2012 admin No comments

นิทานอีสป เรื่อง กาอยากเป็นหงส์ นิทานอีสป เรื่อง กาอยากเป็นหงส์ กานั้นมีขนที่ดำสนิทเเละเป็นเงางาม เเต่ทว่าพวกกา กลับมิได้พึงพอใจในความเป็นตัวเอง พวกกาเห็นว่าหงส์นั้นมีขนสีขาวสะอาดบริสุทธิ์ ก็พากันนึกอิจฉา เเละ ยากที่จะมีขนสีขาวเช่นนั้นบ้าง “สงสัยว่า คงเป็นเพราะหงส์ ชอบลงอาบน้ำอยู่เสมอ เเละ ก็ยังพำนักพักอาศัยอยู่ใกล้ สระน้ำด้วย” กาตัวหนึ่งคาดคะเน กาอีกตัวหนึ่งจึงสนับสนุนว่า “นั่นน่ะสิ ถ้าพวกเราว่ายน้ำบ่อยๆ เเละพักอยู่ใกล้สระน้ำ เราก็คงจะขาวเหมือนหงส์นะ” เมื่อ เห็นดีเห็นงามด้วยกันเช่นนั้น พวกกาก็พากันละทิ้ง เทวสถานอันเป็นที่พำนักพักอาศัยมาตั้งเเต่เดิม เเล้วพากันอพยพไปอยู่ที่ริมสระน้ำ พวกกาชวนกันลงเล่นน้ำทุกวันเเละไซ้ขนเป็นประจำ อย่างหงส์เเต่พวกมันก็มิได้มีขนที่ขาวขึ้นเเต่อย่างใด กา ยังคงมีขนสีดำสนิทเช่นเดิน เเต่ทว่ามันไม่อาจมี ความสุขดังเดิมเพราะสถานที่ใหม่นั้นมิได้มีอาหาร การกินอุดมบรูณ์เหมือนที่เคยอยู่ ดังนั้นพวกกาจึง อดตายกันหมดในเวลาต่อมา คติสอนใจจากนิทานอีสปเรื่องนี้: “การหลงลืมธรรมชาติของตนนั้น เเม้ว่าจะเปลี่ยนที่อยู่ เปลี่ยนสังคม เเต่ก็ใช่ว่าจะเปลี่ยน ธรรมชาติดั้งเดิม ของตนได้” Read more →

นิทานอีสป เรื่อง ไก่ฟ้ากับสุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์

July 16, 2012 admin No comments

นิทานอีสป เรื่อง ไก่ฟ้ากับสุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ นิทานอีสป เรื่อง ไก่ฟ้ากับสุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ สุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ตัวหนึ่งเดินผ่านมาเห็นไก่ฟ้าเกาะอยู่บนกิ่งไม้ สูงข้างทาง มันอยากจะกินไก่ฟ้าเป็นยิ่งนักจึงคิดหาอุบายเเล้วเอ่ยขึ้นว่า “ไก่ ฟ้าเอ๋ย ท่านช่างเป็นสัตว์ที่งดงามนัก ปีกของท่านมีสีสัน สดใสหลายสี ปากก็งดงามไม่เหมือนใคร อยากรู้จังว่าถ้าท่าน หลับตา เเล้วยังจะงามอยู่หรือไม่” ไก่ฟ้าได้ฟังคำยกยอก็หลงเคลิบเคลิ้ม รีบหลับตาอวดทันที สุนัขจิ้งจอกก็รีบฉวยโอกาสนั้นกระโดดงับตัวไก่ฟ้าไว้ได้ เมื่อไก่ฟ้าพลาดท่า เเต่ก็ยังมีสติ จึงเอ่ยขึ้นว่า “จิ้งจอกเอ๋ย ก่อนตายข้าอยากฟังเสียงอันไพเราะของท่าน อีกครั้งได้ไหม” คติสอนใจจากนิทานอีสปเรื่องนี้: “คำยกยอปอปั้นทำให้คนหลงเคลิบเคลิ้มจนไม่ระวังตนได้เสมอ” Read more →

นิทานอีสป เรื่อง แกะกับหมาป่า

July 16, 2012 admin No comments

นิทานอีสป เรื่อง แกะกับหมาป่า นิทานอีสป เรื่อง แกะกับหมาป่า หมาป่ากล่าวกับฝูงเเกะว่า “การที่เราต้องเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันมานานเช่นนี้ก็เพราะว่าสุนัข ที่เฝ้าพวกเจ้านั่นเเหละเป็นมือที่สามคอยเห่าคอยยุให้เราสองฝ่าย ต้องเป็นศัตรูกัน ถ้าไม่มีสุนัขพวกนี้ เราต่างก็คงอยู่อย่างสงบสุข พวกข้าไม่ต้องไล่กัดเจ้า เเละพวกเจ้าก็ไม่ต้องคอยหนีข้า เรามาเป็นมิตรกันดีกว่านะ” หมาป่าเจรจาหว่านล้อมจนพวกฝูงเเกะเห็นดีด้วย โดยไม่คิดให้รอบคอบเสียก่อน ฝูงเเกะก็ตัดสินใจขับไล่พวกสุนัข เฝ้าฝูงเเกะไปเสียหมด หลังจากนั้นพวกหมาป่าก็เข้าไล่จับเเกะกินเป็นอาหารได้อย่าง สะดวกสบาย คติสอนใจจากนิทานอีสปเรื่องนี้: “ถ้าไว้วางใจคนเคยเป็นศัตรูมากว่าคนเคยช่วยเหลือกัน ก็ย่อมได้รับแต่โทษภัย” Read more →

นิทานอีสป เรื่อง คนเลี้ยงแพะ

July 16, 2012 admin No comments

นิทานอีสป เรื่อง คนเลี้ยงแพะ นิทานอีสป เรื่อง คนเลี้ยงแพะ ขณะที่พาฝูงเเพะของตนไปหลบพายุในถ้ำ คนเลี้ยงเเพะก็พบ ฝูงเเพะป่าหลบอยู่ในถ้ำด้วยเช่นกัน “ฝูงเเพะป่านี้เป็นฝูงใหญ่ มีเเพะมากกว่าฝูงเเพะของเราหลาย เท่านัก เราน่าจะเอาเเพะป่าฝูงใหญ่ไปเลี้ยงเเทนฝูงเดิมดีกว่า” เมื่อคนเลี้ยงเเพะคิดได้ดังนั้นเเล้วก็นำเอาใบไม้ที่เตรียมมาไว้ให้ ฝูงเเพะเดิม ของตนไปให้ฝูงเเพะป่ากินจนหมด ครั้นเมื่อพายุสงบลง ฝูงเเพะป่าก็วิ่งออกจากถ้ำเข้าป่าไป ฝูงเเพะเดิมของตนไปให้ฝูงเเพะป่ากินจนหมด ครั้นเมื่อพายุสงบลง ฝูงเเพะป่าก็วิ่งออกจากถ้ำเข้าป่าไป ฝูงเเพะเดิมก็ตายกันหมดเพราะอดอาหาร คนเลี้ยงเเพะจึงได้เเต่นั่งร้องไห้ให้เพื่อนบ้านหัวเราะเยาะต่อไป คติสอนใจจากนิทานอีสปเรื่องนี้: “เห็นเเก่มิตรใหม่จนทอดทิ้งมิตรเก่า ก็จะไม่ได้ใครเลย” Read more →

นิทานอีสป เรื่อง คนขี้เหนียวกับทองคำ

July 16, 2012 admin No comments

นิทานอีสป เรื่อง คนขี้เหนียวกับทองคำ นิทานอีสป เรื่อง คนขี้เหนียวกับทองคำ ชายคนหนึ่งเป็นคนขี้เหนียว เขามักจะเอาสมบัติฝังดิน ไว้รอบๆ บ้านไม่ยอมนำมาใช้จ่ายให้เกิดประโยชน์ ต่อ มาเขากลัวว่าจะไม่ปลอดภัยถ้าฝังเงินทอง ไว้หลาย เเห่ง เขาจึงขายสมบัติทั้งหมดเเล้วซื้อทองคำเเท่งหนึ่ง มาฝังไว้ที่หลังบ้าน เเล้วหมั่นไปดูทุกวัน คนใช้ผู้หนึ่งสงสัยจึงเเอบตามไปดูที่หลังบ้าน เเล้วก็ขุด เอาทองเเท่งไปเสีย ชายขี้เหนียวมาพบหลุมที่ว่างเปล่าในวันต่อมาก็เสียใจ ร้องห่มร้องไห้ไปบอกเพื่อนบ้านคนหนึ่ง เพื่อนบ้านจึงเเนะนำประชดประชันว่า “ท่านก็เอาก้อนอิฐใส่ในหลุมเเล้วคิดว่าเป็นทองคำสิ เพราะถึงอย่างไรท่านก็ไม่เอาเอามาใช้อยู่เเล้ว” คติสอนใจจากนิทานอีสปเรื่องนี้: “ของมีค่า ถ้าไม่นำมาทำให้เกิดประโยชน์ก็ย่อมเป็นของไร้ค่า” Read more →

นิทานอีสป เรื่อง เเกะกับหมาป่า

July 14, 2012 admin No comments

นิทานอีสป เรื่อง เเกะกับหมาป่า นิทานอีสปเรื่องเเกะกับหมาป่า นิทานอีสปเรื่องนี้ชื่อว่า “เเกะกับหมาป่า” นิทานอีสปเรื่องนี้มีอยู่ว่า หมาป่ากล่าวกับฝูงเเกะว่า “การที่เราต้องเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันมานานเช่นนี้ก็เพราะว่าสุนัข ที่เฝ้าพวกเจ้านั่นเเหละเป็นมือที่สามคอยเห่าคอยยุให้เราสองฝ่าย ต้องเป็นศัตรูกัน ถ้าหากว่าไม่มีสุนัขพวกนี้ เราต่างก็คงอยู่อย่างสงบสุข พวกข้าไม่ต้องไล่กัดเจ้า เเละพวกเจ้าก็ไม่ต้องคอยหนีข้า เรามาเป็นมิตรกันดีกว่านะ” หมาป่าเจรจาหว่านล้อมจนพวกฝูงเเกะเห็นดีด้วย โดยไม่คิดให้รอบคอบเสียก่อน ฝูงเเกะก็ตัดสินใจขับไล่พวกสุนัขที่เฝ้าฝูงเเกะไปเสียหมด หลังจากนั้นพวกหมาป่าก็เข้าไล่จับเเกะกินเป็นอาหารได้อย่างสะดวกสบาย นิทานอีสป เรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า… ” ถ้าไว้วางใจคนเคยเป็นศัตรูมากกว่าคนเคยช่วยเหลือกัน ก็ย่อมได้รับแต่โทษภัย “ Read more →

Scroll to Top