ประเพณีไทย วัฒนธรรมไทย

ประเพณีไทย ประเพณีบุญข้าวจี่

November 8, 2013 thaicustom No comments

ประเพณีไทย ประเพณีบุญข้าวจี่ ประเพณีบุญข้าวจี่ ปิดทองบวงสรวงหลวงพ่อพระไชยเชษฐา นับว่าเป็นประเพณีไทยเก่า แก่อีกอย่างหนึ่งของชาวบ้านในพื้นที่ของอำเภอสุวรรณ คูหา ซึ่งได้จัดขึ้นที่บริเวณ วัดถ้ำสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภู ถือเป็นงานประเพณีที่สำคัญของชาวอำเภอสุวรรณคูหา จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในวันขึ้น ๑๓ ค่ำ ถึง ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ เพื่อเป็นการสักการะบวงสรวง สมเด็จพระไชยเชษฐาธิราช กษัตริย์แห่งอาณาจักรล้านช้างในอดีต ซึ่งเล่าขานสืบต่อกันมาว่า เป็นผู้บุกเบิกก่อตั้ง วัดถ้ำสุวรรณคูหาแห่งนี้ และสร้างพระพุทธรูปปูนปั้นประจำวัด ปางมุจรินทร์ หรือปางนาคปรก หรือรู้จักกันโดยทั่วไปในนาม “หลวงพ่อพระไชยเชษฐา” ถือเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ที่ชาวอำเภอสุวรรณคูหาให้ความเคารพนับถือมาตั้งแต่สมัยโบราณ การจัดงานในปีนี้ นอกจากเพื่อเป็นการสืบสานประเพณีไทยและ วัฒนธรรมอันดีงานของท้องถิ่นให้คงอยู่สืบไปแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว และยกระดับสถานที่ท่องเที่ยว วัดถ้ำสุวรรณคูหา ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมเชิงพุทธ เชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอื่นๆของอำเภอสุวรรณคูหา สำหรับข้าวจี่ คือ ข้าวเหนียวนึ่งให้สุขแล้วนำมาปั้นเป็นก้อนโตประมาณเท่าไข่เป็ดขนาดใหญ่หรือ ผลมะตูมขนาดกลาง ปั้นให้แน่นแล้วทาเกลือให้ทั่วเสียบใส่ไม้ย่างไฟหรือจะย่างบนตะแกรงเหล็กก็ ได้ด้วยถ่านไฟพลิกไปมาให้สุกเหลืองพอดีจนทั่วจึงเอาออกมาทาด้วยไข่ ซึ่งไข่นั้นจะต้องตีให้ไข่ขาวและไข่แดงเข้ากันดีแล้วทาจนทั่วปั่นข้าวเอาไป ย่างไฟให้สุกอีกทีหนึ่ง บางแห่งนิยมใส่น้ำอ้อยด้วย ดังคำโบราณที่ว่า “ เดือนสามค้อยเจ้าหัวคอยปั่นข้าวจี่ ข้าวจี่บ่มีน้ำอ้อยจัวน้อยเช็ดน้ำตา ” ที่มาประเพณีไทย ประเพณีบุญข้าวจี่ : baanjomyut.com Read more →

ประเพณีไทย ประเพณีถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้า

November 8, 2013 thaicustom No comments

ประเพณีไทย ประเพณีถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้า   ช่วงเวลาที่จัดงานประเพณีถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้า วันแรม ๘ ค่ำ ถึงวันแรม ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ รวม ๘ วัน เป็นวันประกอบพิธีพระสงฆ์สวดพระอภิธรรม จากนั้นในวันที่ ๙ คือ วันขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๖ เป็นวันถวายพระเพลิง ความสำคัญของประเพณีถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้า ประเพณีถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้า เป็นประเพณีของชาวไทยเชื้อสายเขมรที่บ้านหัวสำโรง อำเภอแปลงยาว ได้ปฏิบัติสืบต่อกันมานานนับร้อยปี บนพื้นฐานความเชื่อว่าพุทธศาสนิกชนที่ได้ร่วมถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้า จะได้บุญกุศลอย่างแรงกล้า พิธีกรรมของประเพณีถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้า ก่อนงานชาวบ้านจะร่วมมือร่วมใจกันสร้างโลงและรูปจำลองของพระพุทธเจ้า แล้วนำไปตั้งเบื้องหน้าพระประธานในพระอุโบสถ ครั้นวันแรม ๘-๑๕ ค่ำ พระสงฆ์จะลงสวดพระอภิธรรมตั้งแต่ ๒๐.๐๐ น. เป็นต้นไป เพื่อให้เป็นกุศลแก่ผู้สดับธรรม แต่ละคืนชาวบ้านจะร่วมกันนำจตุปัจจัยมาถวายแด่พระสงฆ์เหล่านั้นเป็นการทำบุญ ครั้นวันขึ้น ๑ ค่ำ หลังสวดพระอภิธรรมก็จะมีการนำเอาโลงและรูปจำลองของพระพุทธเจ้า แห่เวียนรอบพระเมรุมาศจำลอง แล้วจึงยกขึ้นวางบนจิตกาธาน พระสงฆ์สวดมาติกาบังสุกุล ถวายดอกไม้จันทน์ร่วมกับชาวบ้านแล้วถวายพระเพลิง สาระของประเพณีถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้า เนื้อหาประเพณีถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้าคือ การระลึกถึงองค์สัมมาสัมพุทธเจ้า ที่เสด็จปรินิพานอันเป็นการหลุดพ้นจากกิเลสตัณหาทั้งปวง ก่อให้เกิดสติที่ไม่ติดยึดอยู่กับวัตถุใดๆ และเห็นชีวิตเป็นอนิจจัง ที่มาประเพณีไทย ประเพณีถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้า  : ประเพณีไทยดอทคอม http://www.prapayneethai.com/ Read more →

ประเพณีไทย ประเพณีบวงสรวงดวงวิญญาณเจ้าหลวงเมืองล้า อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน (ประเพณีเข้ากรรมเมือง)

November 8, 2013 thaicustom No comments

ประเพณีไทย ประเพณีบวงสรวงดวงวิญญาณเจ้าหลวงเมืองล้า อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน (ประเพณีเข้ากรรมเมือง) ช่วงเวลาที่จัดงานประเพณีบวงสรวงดวงวิญญาณเจ้าหลวงเมืองล้า อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน (ประเพณีเข้ากรรมเมือง) : จัดทุกๆ ๓ ปี หรือเรียกว่า สามปี๋สี่ฮวงข้าว ความสำคัญของประเพณีบวงสรวงดวงวิญญาณเจ้าหลวงเมืองล้า อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน (ประเพณีเข้ากรรมเมือง) เป็นประเพณีที่มีความสำคัญยิ่งของไทลื้อ จากคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ชาวไทลื้อได้เล่าต่อๆกันมาว่าเจ้าหลวงเมืองล้า คือ เจ้าเมืองที่ปกครองเมืองล้าในดินแดนสิบสองปันนา เป็นนักรบที่เก่งกล้าสามารถ และเป็นทั้งแม่ทัพนายกองของชาวไทลื้อเมืองล้าทั้งมวล และท่านได้สิ้นชีพิตักษัยในดินแดนสิบสองปันนา ในส่วนบริวารหรือผู้ช่วยของเจ้าหลวงเมืองล้าประกอบด้วย หิ่งช้าง หิ่งม้า ล่ามเมือง หาบมาด แจ่งฝ่าย เชียงล้านโอ๊ก่า ช้างเผือก ปูก่าผมเขียวดำแดง ปางแสน ปางสา ปางเม็ด ม่อนเชียง คือ ปากท่อทั้งห้า บ่อต่วน สวนตาลเมืองหลุก อ่างเรียง และม่านตอง พิธีกรรมของประเพณีบวงสรวงดวงวิญญาณเจ้าหลวงเมืองล้า อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน (ประเพณีเข้ากรรมเมือง) เมื่อใกล้ถึงประเพณีเข้ากรรมเมือง ตัวแทนชาวไทลื้อทั้งสามหมู่บ้านได้แก่ บ้านหนองบัว บ้านต้นฮ่างและบ้านดอนมูล จะมาประชุมกันเพื่อกำหนดพิธีการและมอบหมายหน้าที่การงานกัน และที่สำคัญอย่างยิ่งจะมีการคัดเลือกบุคคลที่สืบเชื้อสายทางสายโลหิตของเจ้า หลวงเมืองล้า จำนวน ๑ คน มาเป็นตัวแทนชาวไทลื้อทั้งหมด เรียกว่าเจ้าเมือง ส่วนใหญ่มักจะคัดมาจากชาวไทลื้อบ้านดอนมูลซึ่งจะเป็นประธานในพิธีบวงสรวง และคัดเลือกชาวบ้านหนองบัว ที่สืบเชื้อสายมาจากหมอเมืองอีก ๑ คนหมอเมืองจะมีหน้าที่ป้อนอาหารในพิธีบวงสรวง เรียกว่า เจ้ายั๊ก หลังจากนั้นจะเลือกวันประกอบพิธีบวงสรวงโดยเลือกวันที่ดีที่สุดว่า วันเฒ่า การเข้ากรรมเมืองจะมีด้วยกันทั้งหมด ๓ วัน ซึ่งแต่ละวันจะมีกิจกรรมดังนี้ วันแรกประมาณ ๑๖.๐๐ น ชาวไทลื้อทั้ง ๓ หมู่บ้านจะปิดกั้นเขตแดน เข้า-ออก ของหมู่บ้านด้วย ตาแหลว (ใช้ไม้ไผ่สานคล้ายพัด) เมื่อปิดตาแหลวแล้วจะประกาศห้ามคนในหมู่บ้านออกนอกเขตตาแหลว และห้ามติดต่อกับภายนอกหมู่บ้านเป็นเวลา ๓ วัน และห้ามบุคคลภายนอกเข้าไปในหมู่บ้านเช่นเดียวกัน ใครฝ่าฝืนจะถูกปรับไหมเป็นเงินทองแล้วแต่จะตกลงกันเพราะประเพณีนี้จะเป็น ประเพณีที่มีเฉพาะในหมู่ชาวไทลื้อเชื้อสายเมืองล้าเท่านั้นจึงไม่ต้องการให้ คนภายนอกล่วงรู้ หรือมีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น เมื่อถึงเวลาประมาณ ๑๗.๐๐ น จะแห่ เจ้าเมือง และหมอเมือง ไปยังสถานประกอบพิธีแห่งที่ ๑ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตบ้านหนองบัว โดยเจ้าเมือง และหมอเมืองจะพักอยู่ในที่พักที่จัดไว้ให้คนละหลัง […] Read more →

เคล็บลับแก้ความฝัน

November 7, 2013 thaicustom No comments

เคล็บลับแก้ความฝัน ความฝันที่มีขึ้นและโดยเฉพาที่เกี่ยวข้องกับตนเองหรือฐานะหรือสมบัติของตนนั้น ตามตำรามักจะทำนายไว้ตรงข้ามกับความฝันเสมอ เช่น ฝันว่าเป็นเศรษฐี ทายว่าจะยากจนลง ฝันว่าได้เงิน มักจะเสียเงิน ฝันว่าถูกตัดศรีษะหรือถูกแทงไส้ไหล ถือว่าเป็นฝันดีจะได้ลาภหรือหมดเคราะห์ ตามตำรากลับปรากฏว่าเป็นนิมิตที่ดี เป็นการบอกเหตุการณ์ล่วงหน้าว่าจะได้รับโชคซึ่งแปลว่า “ฝันดี” นั่นเอง โดยหลักของคนไทยตั้งแต่สมัยโบราณมักจะมีเคล็ดลับแก้ความฝันหรือวิธีแก้ความฝันอยู่เสมออาทิ เอาความฝันของตนไปเล่าใก้ใครคนใดคนหนึ่งฟัง ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็น “ฝันดี” หรือ “ฝันร้าย” ก็ตาม คนที่รับฟังจากเรานั่นแหละจะเป็นคน “แก้ฝัน” ให้เราเอง คือพอเราเล่าจบ เขาก็จะต้องให้พรว่า “ฝันดีจะมีลาภ” ผู้ที่ฝันหรือไปให้เขาแก้ฝันจะต้องยกมือไหว้แล้วตอบว่า “สมพรปากเถิด” นอกจากนี้ยังมีวิชาเคล็ดลับแก้ความฝันหรือวิธีแก้ความฝันหลักใหญ่ๆ ดังต่อไปนี้ ถ้าฝันว่า ผมร่วงเป็นหย่อมๆ ทำนายว่า จะมีเคราะห์ต้องไปแก้กับผู้หญิงมีครรภ์ หรือคนมีท้อง (คือเล่าให้หญิงนั้นฟัง แล้วให้หญิงนั้นกล่าวเป็นทำนองว่า “ฝันดี” จะมีลาภดังที่กล่าวไปข้างต้น) ถ้าฝันว่า ถูกสุนัขกัด ทำนายว่า จะเดือดร้อนเพราะศัตรูต้องไปแก้กับพระภิกษุในวัด ถ้าฝันว่า เห็นไฟไหม้ ทำนายว่า จะเดือดเนื้อร้อนใจต้องไปแก้กับน้ำ หรือเอาน้ำใหนแม่น้ำลำคลองล้างหน้าตัวเองในตอนที่ตื่นนอนแต่เช้ามืด แล้วกล่าวขอพรจากพระแม่คงคาให้ช่วยคุ้มครองปกป้องอันตราย ถ้าฝันว่า เต้นรำ หรือร้องรำ ทำนายว่า จะเสียของรักต้องไปแก้ฝันที่ใต้ถุนเรือน บอกกล่าวกับผีเหย่าผีเรือน ถ้าฝันว่า ได้หมู หรือขี่หมู ทำนายว่า จะเดือดร้อน ต้องไปแก้ฝันกลางแม่น้ำหรือลำคลอง ถ้าฝันว่า ใส่แว่นตา จะผิดหวังในการงานต่างๆ ต้องไปแก้ฝันกับคนชั้นครูบาอาจารย์ หรือผู้มีความรู้สูง ถ้าฝันว่า ตกส้วมอุจจาระมีแต่อุจจาระอย่างเดียว ทำนายว่า จะเสียชื่อเสียง ต้องไปแก้ฝันบนกลางสะพาน ถ้าฝันว่า ได้เงินทอง ทำนายว่า จะเดือดร้อนเรื่องการเงินต้องไปโปรยข้างลงกลางดินเรียกไก่หรือเรียกหมูหมามากินเสียก่อนแล้วจึงแก้ฝัน ถ้าฝันว่า ตกเหว ตกบ่อ ทำนายว่า ฝันร้าย ต้องนอนคว่ำหน้า เอาคางเกยธรณีประตูแล้วแก้ฝัน ถ้าฝันว่า ขี่ม้า หรือวัวควาย แล้วตกจากหลังม้าหรือวัวควาย ทายว่าจะเดือดร้อน ต้องไปแก้ฝันตรงกลางสามแยก สี่แยก โดยหันหน้าไปทางทิศตะวันออกแล้วแก้ฝัน< ถ้าฝันว่า นั่งเรือไปแล้วเรือล่ม ทำนายว่า จะได้รับเคราะห์หนัก ต้องไปแก้ใต้ต้นไม้ใหญ่ ถ้าฝันว่า  มีเด็กอื่นมาดูนมเรา ทำนายว่า จะได้รับการเจ็บป่วย ต้องไปแก้ฝันกับคนสูงอายุ […] Read more →

ประเพณีไทย ประเพณีห่มผ้าพระเจดีย์กลางน้ำ

November 7, 2013 thaicustom No comments

ประเพณีไทย ประเพณีห่มผ้าพระเจดีย์กลางน้ำ ประเพณีห่มผ้าพระเจดีย์กลางน้ำ เป็นประเพณีไทยของชาวจังหวัดระยอง ที่อยู่ทางภาคตะวันออกของประเทศไทย เรามาท้าวความถึงประวัติความเป็นมากันก่อน เจดีย์กลางน้ำตั้งอยู่ที่ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง มีลักษณะเป็นเจดีย์ทรงระฆังขนาดย่อม สูงราว 10 เมตร ตั้งอยู่บนเกาะกลางแม่น้ำระยอง ท่างกลางป่าชายเลนที่ยาวเหยียด มีน้ำล้อมรอบ เนื้อที่ราว 52 ไร่ เทศบาลนครระยองได้สร้างสะพานคอนกรีตเข้าไปสู่เจดีย์ เจดีย์นี้สร้าง พ. ศ. 2416 ในสมัยพระยาศรีสมุทรโภคชัยชิตสงคราม (เกตุ ยมจินดา) เป็นเจ้าเมืองระยอง สร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ ให้ชาวเรือหรือผู้โดยสารที่เดินทางผ่านถึงบริเวณนั้นได้ทราบว่ามาถึงเมือง ระยองแล้ว สมัยโบราณมีแต่เส้นทางคมนาคมทางน้ำเพียงทางเดียวเท่านั้นที่จะเข้าสู่ตัว เมืองระยองได้สะดวก ซึ่งสันนิษฐานว่าสร้างเจริญรอยตามแบบ พระสมุทรเจดีย์ หรือ เจดีย์กลางน้ำ เมืองสมุทรปราการที่เป็นสัญลักษณ์ให้บรรดาผู้เดินทางผ่านมาถึงจุดนี้ทราบว่า ใกล้จะถึงกรุงเทพมหานครแล้ว เจดีย์กลางน้ำถือเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดระยอง และเป็นสิ่งที่ชาวระยองเคารพนับถือมาก ราวกลางเดือน 12 ของทุกปีซึ่งเป็นฤดูน้ำหลาก งานประเพณีทอดกฐินและงานประเพณีห่มผ้าพระเจดีย์กลางน้ำ นอกจากนั้นจะมีงานลอยกระทงแข่งเรือยาว ประเพณีห่มผ้าพระเจดีย์นั้น ผ้าที่จะนำมาห่มต้องเป็นผ้าสีแดง มีความยาว 6 เมตร ใช้คน 2 คนปีนขึ้นไปห่มส่วนบนของเจดีย์ บริเวณรอบๆเจดีย์มีการปลูกป่าสน ทำให้ร่มรื่นสวยงามจึงเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเมืองในเวลาว่างอีก ด้วย ปัจจุบันเทศบาลนครระยองได้ทำการบูรณะพระเจดีย์และบริเวณรอบองค์อย่างสวยงาม สร้างสะพานคอนกรีตให้นักท่องเที่ยวได้เดินชมป่าชายเลนอีกด้วย ใครแวะไปเที่ยวระยองก็อย่าลืมแวะไปเจดีย์กลางน้ำด้วยนะครับ เดี๋ยวคนระยองเขาจะบอกว่าเรายังเดินทางไปไม่ถึงจังหวัดระยอง…ส่วนใครไปช่วง นี่ก็จะเห็นบางส่วนกำลังบูรณะก่อสร้างปรับปรุงพื้นที่กันอยู่ ผมว่าช่วงเทศกาล ประเพณีทั้งหลายคนคงมากันตรงจุดนี้เยอะแน่ๆ หากมีโอกาสครั้งหน้าจะไปร่วมเก็บภาพในช่วงที่มีกิจกรรมมาฝากเพื่อนๆ ครับ ที่มาประเพณีไทย ประเพณีห่มผ้าพระเจดีย์กลางน้ำ : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย Read more →

ประเพณีไทย ประเพณีแห่เทียนพรรษา

November 7, 2013 thaicustom No comments

ประเพณีไทย ประเพณีแห่เทียนพรรษา ประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษาเป็นประเพณีไทยเนื่องในพระพุทธศาสนากระทำกัน ในวันเข้าพรรษา ในสมัยแรกยังไม่มีประเพณีแห่เทียนเช่น ปัจจุบัน ชาวบ้านจะฝั่นเทียนยาวรอบศีรษะไปถวายพระเพื่อจุดบูชา จำพรรษา หาน้ำมันไปถวายพระสงฆ์และหาเครื่องไทยทานและผ้าอาบน้ำฝน ไปถวายพระสงฆ์ ต่อมาในสมัยพระเจ้าน้องยาเธอกรมหลวงสุธรรมสิมธิประสงค์ เป็นข้าหลวงต่างพระองค์ที่เมืองอุบลฯ คราวหนึ่งมีการแห่บั้งไฟที่วัดกลาง มีคนไปดูมาก ในการแห่บั้งไฟมีการทะเลาะวิวาททุบตีกันถึงแก่ความตาย ทรงเห็นว่าประเพณีบุญบั้งไฟไม่ เหมาะสมเพราะบางครั้งบั้งไฟแตกถูกประชาชนบาดเจ็บ มีการเล่นคลุกดินคลุกโคลนสกปรกเลอะเทอะ ทั้งไม่ใช้ประเพณีทางศาสนาจึงให้ ยกเลิกประเพณีนี้ เปลี่ยนเป็นประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษาแทน การแห่เทียนเข้าพรรษาแต่เดิมไม่ได้ทำใหญ่โตเช่นปัจจุบัน ชาวบ้านร่วมกัน บริจาคเทียนแล้วนำเทียนมาติดกับลำไม้ไผ่ หากกระดาษสีเงินสีทองเป็นลายฟันปลา บิดตามรอยต่อเสร็จแล้วก็แห่ไปถวายวัด ส่วนการทำเทียนในปัจจุบันแบ่งเป็น ๒ ประเภท แบบติดพิมพ์ และแบบแกะสลัก การทำเทียนแบบติดพิมพ์  ใช้เครื่องมืออุปกรณ์มาก ขั้นตอนสลับซับซ้อนโดยวิธีพิมพ์ดอกจากแบบพิมพ์ แล้วนำมาติดกับลำต้น ลวดลายละเอียดเล็กยาว ไม่นูนหนา ลำต้นเทียนเล็กกว่าแกะสลัก การทำเทียนแบบแกะสลัก  วิธีการจะไม่สลับซับซ้อน ลักษณะลำต้นใหญ่กว่าแบบติดพิมพ์ การแกะดอกหรือการแกะสลักหรือการแกะสลักลวดลายจะแกะจากลำต้น ลวดลายมีขนาดใหญ่ นูนหนา ลึกสลักซับซ้อน ช่างเทียนคนแรกคือ พ่อโพธิ์ ส่งศรี ส่วนช่างแกะสลักเทียนที่มี ชื่อเสียงในปัจจุบันถ้าเป็นประเภทติดพิมพ์คือ นายประดับ ก้อนแก้ว ช่างเทียนประเภทแกะสลักได้แก่ นายอุตส่าห์ จันทรวิจิตร ทั้งสองท่านได้รับ การยกย่องเป็นบุคคลดีเด่นด้านวัฒนธรรม สาขาวิจิตรศิลป์ของ สำนักงาน วัฒนธรรมแห่งชาติ ที่มาประเพณีไทย ประเพณีแห่เทียนพรรษา  : kanchanapisek.or.th Read more →

ประเพณีไทย ประเพณีบุญข้าวหลาม

November 7, 2013 thaicustom No comments

ประเพณีไทย ประเพณีบุญข้าวหลาม ช่วงเวลาที่จัดงานประเพณีบุญข้าวหลาม ประเพณีบุญข้าวหลาม เป็นประเพณีของชาวลาวเวียงและลาวพวนในอำเภอพนมสารคาม ซึ่งเป็นชุมชนชาวไทยเชื้อสายลาว ที่อยู่ใกล้เคียงกับชาวไทยเชื้อสายเขมร ประเพณีนี้อาจเป็นสิ่งที่ยึดถือสืบต่อกันมาแต่ก่อนเมื่อครั้งยังอยู่ใน ประเทศลาวจึงเท่ากับเป็นการรักษาประเพณีดั้งเดิมที่เคยปฏิบัติกันมา ซึ่งเท่ากับเป็นการจรรโลงพระพุทธศาสนาทางหนึ่ง พิธีกรรมของประเพณีบุญข้าวหลาม วันขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๓ ชาวบ้านทุกบ้านจะเผาข้าวหลาม เพื่อนำไปถวายพระในเช้าวันขึ้น ๑๕ ค่ำ ตอนสายจะพากันเดินไปขึ้นเขาดงยาง ซึ่งอยู่ห่างจากหมู่บ้านประมาณ ๖ กิโลเมตร เพื่อปิดทองรอยพระพุทธบาทบนเขาดงยาง และนำข้าวหลามไปรับประทานบนเขา สาระของประเพณีบุญข้าวหลาม นอกเหนือจากการทำบุญกุศลแล้วยังเป็นการชุมนุมพบปะกัน ของชนเผ่าผู้อพยพทางหนึ่ง ทั้งนี้สืบเนื่องจากชุมชนลาวรุ่นแรกๆล้วนมาจากประเทศลาวแล้วแยกย้ายกัน บุกเบิกป่าสร้างที่ทำกิน การกำหนดนัดพบหน้าโดยถือเอาวันสำคัญทางศาสนาเป็นแกนนั้นนับได้ว่าได้ทั้งบุญ กุศส ได้ทั้งความรู้สึกอบอุ่นทางเชื้อชาติในคราวเดียวกัน ที่มาประเพณีไทย ประเพณีบุญข้าวหลาม : ประเพณีไทยดอทคอม http://www.prapayneethai.com/ Read more →

ประเพณีไทย ประเพณีแข่งเรือเมืองน่าน

November 7, 2013 thaicustom No comments

ประเพณีไทย ประเพณีแข่งเรือเมืองน่าน การแข่งเรือของจังหวัดน่าน เป็นประเพณีเก่าแก่สืบต่อกันมานาน ลักษณะของเรือแข่ง ลำเรือจะใช้ท่อนซุงทั้งท่อนขุดแบบเรือชะล่า แต่รูปร่างเพรียวเบา หัวเรือแกะเป็นรูปพญานาค หรืองูใหญ่ชูคอเป็นสง่า อ้าปากโง้ง หางเรือทำเป็นหางพญานาคงอนสูง ตลอดลำเรือสลักลวดลาย ลงรักปิดทอง ติดกระจกสี ติดพู่ห้อยตรงหัวเรือและท้ายเรือ ตรงคอต่อหัวเรือปักธงประจำคณะ ช่วงเวลาที่จัดงานประเพณีแข่งเรือเมืองน่าน นิยมแข่งขันกันในงานบุญและงานทอดกฐิน การแข่งเรือนัดสำคัญๆ ของจังหวัดน่าน คือ การแข่งในงาน”กฐินสามัคคี” เดิม ปัจจุบันคืองาน “กฐินพระราชทาน” แบ่งการแข่งขันออกเป็น ๒ ประเภท คือประเภทสวยงาม และประเภทความเร็ว การแข่งเรือในเทศกาลทอดกฐินของจังหวัดน่าน ซึ่งจะจัดช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนของทุกปี ถือว่าเป็นการจัดงานที่ยิ่งใหญ่ และเป็นระเบียบเรียบร้อยงดงามยิ่งในจังหวัดภาคเหนืออีกแห่งหนึ่งที่จัดให้มี การแข่งขันเป็นประจำปี คือ การแข่งเรือที่อำเภอเวียงสาซึ่งจะมีการแข่งขันในเทศกาลทานก๋วยสลาก และเป็นการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้การแข่งเรือในตัวจังหวัด ความสำคัญของประเพณีแข่งเรือเมืองน่าน ลักษณะของเรือเมืองน่าน มาจากตำนานการตั้งเมืองน่านว่า ท้าวนุ่น ขุนฟองซึ่งเป็นต้นเค้าของราชวงศ์ภูคา บรรพบุรุษของเมืองน่านเกิดจากไข่พญางูใหญ่ จึงมีความเชื่อว่าบรรพบุรุษของชาวน่านกำเนิดมาจากพญานาค อีกประการหนึ่งมีความเชื่อว่าพญานาคเป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งมีผลต่อการประกอบอาชีพเกษตรกรรมของเกษตรกร ดังนั้นการทำเรือแข่งเป็นรูปพญานาคจึงเป็นการบูชาคุณพญานาคเจ้าแห่งน้ำ และบรรพบุรุษของตนเอง พิธีกรรมของประเพณีแข่งเรือเมืองน่าน พิธีกรรมในการแข่งเรือมีมากมายหลายขั้นตอน ตั้งแต่การหาไม้เพื่อขุดเรือ การทำพิธีก่อนโค่นต้นไม้ก่อนขุดเรือ ก่อนนำเรือลงน้ำ และตอนแข่งขัน ผู้ที่ทำพิธี ได้แก่ พ่ออาจารย์ หรืออาจารย์วัดซึ่งจะทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการติดต่อระหว่างมนุษย์กับภูต ผี สาระสำคัญของประเพณีแข่งเรือเมืองน่าน การแข่งเรือเป็นประเพณีที่เนื่องด้วยการทำบุญในพุทธศาสนา คือ การทานก๋วยสลาก และการทอดกฐิน แสดงถึงความสามัคคีของชุมชน นอกจากนี้กลวิธีในการเอาชนะคู่ต่อสู้ถือเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นอีกอย่างหนึ่ง ที่ควรสืบทอดให้คงอยู่ต่อไป ที่มาประเพณีไทย ประเพณีแข่งเรือเมืองน่าน  : ประเพณีไทยดอทคอม http://www.prapayneethai.com/ Read more →

ความเชื่อเรื่องโชคลาง ในวันตรุษจีน

November 6, 2013 thaicustom No comments

ความเชื่อเรื่องโชคลาง ในวันตรุษจีน ความเชื่อเรื่องโชคลาง ในวันตรุษจีน  ลด งด  เลิก สบถคำหยาบและคำที่ไม่เป็นมงคลทุกประเภท ปีใหม่ทั้งที อาตี๋-อาหมวย ต้องไม่พูดคำที่มีความหมายไปในทางม้วยมอด อย่างเช่น “สี่”  ซึ่งออกเสียงคล้าย ซี้แหงแก๋! (ภาษาจีนแปลว่า ตาย)  หรือแม้แต่เรื่องผีสางนางไม้ในเสาสุวรรณภูมิ เอ้ย. . . เสาตกน้ำมัน ก็ไม่ควรขุดคุ้ยเอามาเล่า ยิ่งเรื่องเก่าเก็บตั้งแต่ปีมะโว้ก็ควรปิดตายใส่หีบล็อกไว้เลย เพราะถือเป็นเรื่องต้องห้าม ส่วนเรื่องที่ควรพูดขอแค่มีความหมายในแง่ดี มีอนาคตสดใส ต้อนรับปีใหม่ก็พอจ๊ะ  อย่าเผลอเป่าปี่ในวันปีใหม่เชียวนะ!! ต่อให้ป๊ะป๋าตี มามี้ไม่ให้แต๊ะเอีย หรือโดนอาเฮียตบ  ก็อย่าเสียน้ำตาเด็ดขาด  เพราะโบราณเขาว่าไว้เริ่มต้นปีใหม่ควรทำใจให้สดใส  ไม่อย่างงั้นคุณจะมีเรื่องเสียใจไปตลอดปีเลยแหละ  ให้ความสำคัญกับเสื้อผ้า หน้า ผม นิดส์…นึง ในวันตรุษจีนเราไม่ควรสระผม อ๊ะ! อย่าเพิ่งแปลกใจ ไม่ได้แนะนำให้สกปรกนะจ๊ะ เพียงแต่การสระผมนั้นหมายถึงว่าเราได้ชะล้างความโชคดีออกไป ดังนั้นบรรดาคุณนายสะอาดทั้งหลายคงต้องทนกันหน่อย  ส่วนเสื้อผ้าก็เน้นไปที่สีแดง ยิ่งแดงแปร๊ดดดดเท่าไรยิ่งเริ่ดค่ะคุณ เพราะชาวจีนถือว่าสีแดงเป็นสีสว่าง จะนำพาความสุขมาสู่ผู้ที่สวมใส่  แต่ที่สำคัญต้องปรับอารมณ์เข้าสู่โหมด Happy ด้วยนะจ๊ะ รับรองจะได้ยิ้มตาหยีๆ รับอั่งเปาเป๋าตุงแน่นอน วันตรุษจีนกับความเชื่ออื่น ๆ สำหรับผู้ที่เคร่งครัดในเรื่องโชคลางทุกกระเบียดนิ้ว  แนะนำว่าก่อนออกจากบ้านเพื่อไปเยี่ยมเยียนญาติพี่น้องและเพื่อนฝูง ทางที่ดีควรเชิญท่านซินแสมาปรึกษาหาฤกษ์งามยามดี ในการออกจากบ้านเพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิตจะดีมาก “เสียงแรกที่ได้ยิน” บอกความหมาย ได้ในวันตรุษจีน ทันทีที่คุณลืมตารับแสงอรุณ คำพูดหรือเสียงที่ได้ยินครั้งแรกของวัน จะกำหนดโชคชะตาให้คุณตลอดปี บรรดาอาตี๋-อาหมวยเขาการันตีมาแล้วว่า ถ้าคุณตื่นขึ้นมาพร้อมกับเสียงนกร้องเพลง หรือเห็นนกสีแดงและนกนางแอ่นล่ะก็ ปีใหม่นี้เป็นปีทองของคุณเลยเชียวแหละ รับแขกในห้องนอน ระวังชีวิตสั่นคลอนตลอดปี ในวันตรุษจีน การที่เจ้าของบ้านรับแขกในห้องนอนถือเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำอย่างมาก เพราะความโชคร้ายจะเข้ามาเยี่ยมเยียนคุณถึงบ้านแน่นอน แม้แต่คนป่วยก็ต้องแต่งตัวออกมานั่งพบปะผู้คนในห้องรับแขก ไม่ควรใช้มีดหรือกรรไกรในวันตรุษจีน เพราะเชื่อว่าจะเป็นการตัดโชคลาภ ตัดให้ขาดเลย ชับชับชับ! งานนี้เหล่าเจ้าแม่กรรไกรทอง ที่ครองตำแหน่งตัดริบบิ้นเปิดงาน คงร้อนๆ หนาวๆ กันเป็นแถว แต่แหม.. ความเชื่อบางอย่างถ้าเราเปิดใจรับฟังไว้บ้างก็ไม่เสียหลายนี่นาเนอะ ต่อให้กาลเวลาเปลี่ยน คนเปลี่ยน แต่สิ่งหนึ่งที่ชาวจีนยังคงยึดมั่นไปเปลี่ยนแปลงคือ  ขนบธรรมเนียม และวัฒนธรรม ที่พวกเขาได้ร่วมกันสืบทอดต่อๆ กันมา โดยตระหนักดีว่าการปฏิบัติตามบรรพบุรุษถือเป็นการแสดงถึงความเป็น ครอบครัวและเอกลักษณ์ของตน ที่มาความเชื่อเรื่องโชคลาง ในวันตรุษจีน : kapook.com Read more →

ประเพณีไทย ประเพณีชิงเปรต

November 6, 2013 thaicustom No comments

ประเพณีไทย ประเพณีชิงเปรต ช่วงเวลาในการจัดงานประเพณีชิงเปรต : วันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๐ และ วันแรม ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๐ ความสำคัญของประเพณีชิงเปรต “ชิงเปรต” เป็นประเพณีของภาคใต้ที่กระทำกันในวันสารท เดือน ๑๐ เป็นประเพณีสำคัญที่จัดขึ้นเพื่อทำบุญอุทิศแก่บรรพบุรุษผู้ล่วงลับไปแล้ว พระยาอนุมานราชธนได้กล่าวไว้ในสารานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานว่า การชิงเปรตที่ปฏิบัติกันในประเพณีสารทเดือน ๑๐ นี้ มีลักษณะคล้ายกับการทิ้งกระจาดของจีน แต่การทิ้งกระจาดของจีนมีเป้าหมายตรงกับการตั้งเปรต-ชิงเปรตเพียงบางส่วน เท่านั้น กล่าวคือการทิ้งกระจาดของจีนเป็นการทิ้งทานให้แก่พวกผีไม่มีญาติ ส่วนการชิงเปรตของไทยเป็นการอุทิศส่วนกุศลไปให้ทั้งผี(เปรต) ที่เป็นญาติพี่น้องของตนเอง และที่ไม่มีญาติด้วย นอกจากนี้วิธีการปฏิบัติในการทิ้งกระจาดและการชิงเปรตก็แตกต่างกันด้วย ผู้เฒ่าผู้แก่หลายคนได้ยืนยันว่าการชิงเปรตไม่เป็นความอัปมงคลแก่ผู้ชิงเปรต แต่อย่างใด ในทางตรงกันข้ามกลับถือว่าเป็นการทำบุญด้วยซ้ำไป เพราะชื่อว่าบุตรหลานของเปรตตนใดชิงได้ เปรตตนนั้นย่อมได้รับส่วนนั้น เพียงแต่ว่าผู้ชิงต้องระมัดระวังในการที่อาหารหรือขนมที่ตั้งเปรตอาจตกหลาน ลงพื้น ซึ่งจะทำให้เกิดความสกปรกและเป็นอันตรายต่อสุขภาพเท่านั้น พิธีกรรมของประเพณีชิงเปรต การตั้งเปรต และชิงเปรตจะกระทำกันในวันที่ยกหมรับไปวัด ไม่ว่าจะเป็นวันแรม ๑ ค่ำ หรือ แรม ๑๕ ค่ำ เดือนสิบ ก็ตาม ผู้ตั้งเปรตจะนำอาหารอีกส่วนหนึ่งไปเพื่อการตั้งเปรตด้วย อาหารที่ใช้ตั้งเปรตนี้ส่วนมากเป็นอาหารที่บรรพบุรุษที่เป็นเปรตชอบอย่างละ นิดอย่างละหน่อย ขนมที่ไม่ขาดคือ ขนมลา ขนมพอง ขนมบ้า ขนมเบซำ(ดีซำ) นอกจากขนมดังกล่าวแล้ว ยังมีของแห้งที่ใช้เป็นเสบียงกรังก็จัดฝากไปด้วย เช่น ข้าวสาร หอม กระเทียม พริก เกลือ กะปิ น้ำตาล น้ำปลา กล้วย อ้อย มะพร้าว ด้าย เข็มเย็บผ้า ธูปเทียน นำลงจัดในหมรับ โดยเอาของแห้งรองก้นและอยู่ภายใน ส่วนขนมทั้งหลายอยู่ชั้นนอก ปิดคลุมด้วยผืนลาทำเป็นรูปเจดีย์ยอดแหลม หรือรูปอื่นแล้วแต่การประดิษฐ์ของผู้จัด ส่วนภาชนะที่ใช้ แต่เดิมนิยมใช้กระเชอหรือถาด นำหมรับที่จัดแล้วไปวัด รวมกันตั้งไว้บน “ร้านเปรต” ซึ่งสร้างไว้กลางวัดยกเสาสูง ต่อมาในระยะหลัง ๆ ร้านเปรตทำเป็นศาลา หลังคามุงจากหรือมุงกระเบื้องแล้วแต่ฐานะของวัด บางถิ่นจึงเรียก “หลาเปรต” บนร้านเปรตจะมีสายสิญจน์วงล้อมไว้รอบและต่อยาวไปจนถึงพระสงฆ์ที่นั่งอยู่ใน วิหารที่เป็นที่ทำพิธีกรรม โดยสวดบังสุกุลอัฐิหรือกระดาษเขียนชื่อของผู้ตาย ซึ่งบุตรหลายนำมารวมกันในพิธีต่อหน้าพระสงฆ์ บุตรหลานจะกรวดน้ำอุทิศส่วนบุญไปยังเปรตชนที่เป็นบรรพบุรุษ เมื่อเสร็จพิธีแล้ว เก็บสายสิญจน์ […] Read more →

Scroll to Top