ประเพณีไทย วัฒนธรรมไทย

ประเพณีไทย ประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง

November 6, 2013 thaicustom No comments

ประเพณีไทย ประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง ชาวบ้านในเขตจังหวัดบุรีรัมย์ และใกล้เคียง เชื่อกันว่าในชั่วชีวิตของตนต้องขึ้นเขาพนมรุ้ง เพื่อที่ไปนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนเขาพนมรุ้ง ซึ่งมีปราสาทหินเขาพนมรุ้งเป็น ที่สถิตของเทพเจ้า และสิ่งศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น ฉะนั้นผู้เฒ่าผู้แก่มักจะเรียกร้องให้บุตรหลานพาขึ้นเขาพนมรุ้ง เพื่อนมัสการ สิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่างน้อยครั้งหนึ่งในชั่วชีวิตของตน ความเชื่อดังกล่าวนี้ริเริ่มมีมาแต่ครั้งใดไม่ปรากฏ แต่พบว่าชาวบ้านที่อยู่ในละแวกใกล้เคียงได้ยึดถือปฏิบัติกันสืบต่อมา ผ่านคนรุ่นหนึ่งสู่อีกคนรุ่นหนึ่ง จนถือกันเป็นประเพณีไทยต้องขึ้นเขาพนมรุ้ง นมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์อันสิงสถิตอยู่ที่ปราสาทหินทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนจน คนร่ำรวยต้องหาโอกาสให้ได้ ฉะนั้นในอดีต ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ก่อนพุทธศักราช ๒๔๘๑ หลังจากฤดูเก็บเกี่ยวเสร็จแล้ว ชาวบ้านจะเตรียมตัวพร้อมเสบียงอาหารที่เดินทางไกลไปยังเขาพนมรุ้งส่วนใหญ่ มักจะนัดแนะเพื่อนบ้านญาติพี่น้องไปพร้อม ๆ กันเป็นกองเกวียนขนาดใหญ่ หรือถ้าเป็นคหบดี ค่อนข้างมีฐานะ จะเดินทางโดยระแทะ เป็นเกวียนขนาดเล็กที่มีการตกแต่งอย่างงดงาม เป็นการแสดงฐานะของผู้เป็นเจ้าของด้วย เดินทางรอนแรมกันไปหลายวันตามระยะทางใกล้หรือไกลจากหมู่บ้านของเขา การขึ้นเขาพนมรุ้งในสมัยแรก ๆ นั้น เป็นลักษณะต่างคนต่างไป และไปพบกันที่เขาพนมรุ้ง บางกลุ่มเดินทางขึ้นเขา ขณะที่บางกลุ่มเดินลงเขาเพื่อกลับยังเคหะสถาน ตลอดฤดูแล้งระหว่างเดือน ๓ ถึงเดือน ๕ ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ว่างจากงานไร่ นา แต่กระนั้นก็ตามชาวบ้านในละแวกจังหวัดบุรีรัมย์และใกล้เคียงได้เรียนรู้ว่า ในวันเดือน ๕ ขึ้น ๑๕ ค่ำนั้น เป็นวันที่พระอาทิตย์ขึ้นส่องแสงผ่านประตูทุกช่องทั้ง ๑๕ ช่องตามแนวทิศตะวันออก-ตะวันตกของปราสาทพนมรุ้ง และในเย็นวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๕ พระจันทร์จะขึ้นตรงกับช่องประตูทุกช่อง เช่นเดียวกัน “ในกรณีดังกล่าวอธิบายได้ว่า สถาปนิกหรือช่างก่อสร้างชาวขอมโบราณมีความรอบรู้ เรื่องดาราศาสตร์มาก และได้วางผังปราสาทโดยวางให้ตรงตามทิศตะวันออก-ตะวันตก โดยกำหนดเอาวันที่พระอาทิตย์ส่องแสงตั้งฉากกับพื้นโลกในบริเวณประเทศไทย นั้นคือ พระอาทิตย์จะส่องแสงตั้งฉากกับพื้นโลกเวลาเที่ยงตรง (คนยืนกลางแจ้งจะไม่มีเงา) วันที่พระอาทิตย์ส่องแสงตั้งฉากกับพื้นโลกคือ วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๕ ในพุทธศตวรรษที่ ๑๕-๑๖ (แต่ปัจจุบัน พระอาทิตย์ได้ทำมุมเอียงไปบ้างแล้วตามวงโคจรของโลก พระอาทิตย์ พระจันทร์ ได้ทำมุมเปลี่ยนไปตามระบบสุริยจักรวาล) ฉะนั้นจึงพบว่าชาวบ้านจะนิยมขึ้นเขาพนมรุ้งในวันเดือน ๕ ขึ้น ๑๕ค่ำ หรือในวันใกล้เคียง เพื่อจะได้เห็นสิ่งมหัศจรรย์ดังกล่าวด้วย ครั้นมีผู้คนไปนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวันดังกล่าวจำนวนมาก จึงมีผู้ริเริ่มทำบุญกุศลจัดงานนมัสการพระพุทธบาทจำลอง ปิดทองพระพุทธรูป แต่กระนั้นก็ตามยังไม่ได้จัดทำบุญกันสม่ำเสมอทุกปี ประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้งได้กระทำกันอย่างสม่ำเสมอ น่าจะนับได้ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๔๘๑ เป็นต้นมา โดยมีพระภาสธรรมญาณ วัดท่าประสิทธิ์ จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งท่านมักจะไปธุดงค์ที่เขาพนมรุ้งเป็นประจำทุกปี […] Read more →

ประเพณีไทย ประเพณีการตักบาตรน้ำผึ้ง

November 6, 2013 thaicustom No comments

ประเพณีไทย ประเพณีการตักบาตรน้ำผึ้ง ช่วงเวลาที่จัดงานประเพณีการตักบาตรน้ำผึ้ง :กลางเดือน ๙ ของทุกปี ความสำคัญของประเพณีการตักบาตรน้ำผึ้ง การตักบาตรน้ำผึ้ง เป็นประเพณีการถวายน้ำผึ้งแก่ภิกษุและสามเณร ของชาวรามัญที่วัดพิมพาวาส อำเภอบางปะกง สืบเนื่องมาจากความเชื่อว่าในสมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้าเสด็จประทับที่ป่าเลไลย์ มีช้างและลิงคอยอุปัฏฐากโดยการนำเอาอ้อยและน้ำผึ้งคอยถวาย ต่อมาจึงทรงมีพุทธานุญาตให้ภิกษุสามเณรรับน้ำผึ้งและน้ำอ้อยมาบริโภคเป็นยาได้ พิธีกรรมของประเพณีการตักบาตรน้ำผึ้ง การตักบาตรน้ำผึ้งมักจัดกันที่ศาลาวัด ขณะที่พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์นั้น ชาวบ้านจะนำน้ำผึ้งมาใส่บาตร และนำน้ำตาลใส่ในจานที่วางคู่กับบาตร ส่วนอาหารคาวหวานจะใส่ในภาชนะที่วางแยกไว้อีกด้านหนึ่ง อาหารพิเศษที่นำมาใส่บาตร ได้แก่ ข้าวต้มมัด ถวายเพื่อให้พระฉันจิ้มกับน้ำผึ้งหรือน้ำตาล สาระของประเพณีการตักบาตรน้ำผึ้ง การตักบาตรน้ำผึ้งเป็นกิจกรรมที่น้อมนำให้ระลึกถึงองค์ผู้มีพระภาคเจ้าที่มี ความเกี่ยวข้องกับสัตว์เดียรัจฉาน สัตว์ยังรู้คุณค่าของศาสนาด้วยการเสาะแสวงหาภิกษาหารนำมาถวายพุทธองค์เพื่อ ได้สดับตรับฟังธรรม พุทธศาสนิกชนจึงนำรูปแบบของการนำปัจจัยมาถวายเพื่อจุดหมายการได้ฟังธรรม เทศนาเช่นกัน ที่มาประเพณีไทย ประเพณีการตักบาตรน้ำผึ้ง : ประเพณีไทยดอทคอม http://www.prapayneethai.com/ Read more →

ประเพณีไทย ประเพณีงานประเพณีแห่เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ปากน้ำโพ

November 6, 2013 thaicustom No comments

ประเพณีไทย ประเพณีงานประเพณีแห่เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ปากน้ำโพ ช่วงเวลาที่จัดงานประเพณีไทย ประเพณีงานประเพณีแห่เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ปากน้ำโพ : ประมาณปลายเดือนมกราคม ถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ของทุกปี (วันขึ้น ๔ ค่ำ เดือน ๑ ของจีน) ความสำคัญของประเพณีงานประเพณีแห่เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ปากน้ำโพ มีงานประเพณีที่สำคัญของท้องถิ่นที่ปฏิบัติสืบทอดกันมาของชาวปากน้ำโพ เพื่อเป็นการเคารพสักการะเจ้าพ่อ-เจ้าแม่ปากน้ำโพ มีความเป็นมาดังนี้คือ เมื่อประมาณ ๗๐ กว่าปีที่ผ่านมาได้เกิดโรคห่า (อหิวาตกโรค) ขึ้น ชาวบ้านปากน้ำโพได้รับความเดือดร้อน เจ็บป่วยล้มตายกันมาก สมัยนั้นการแพทย์ยังไม่เจริญเหมือนกับปัจจุบัน ดังนั้นเพื่อความอยู่รอดจึงได้มีชาวบ้านเข้าไปบนบานกับเจ้าพ่อ-เจ้าแม่ให้ ช่วยรักษาให้พ้นจากโรคร้าย เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ ได้ช่วยเหลือโดยการเข้าร่างผู้ที่เป็นร่างทรงและเขียนยันต์หรือที่ชาวจีน เรียกว่า ฮู้ เผาไฟใส่น้ำ ให้ชาวบ้านดื่มกินเป็นที่อัศจรรย์โรคร้ายหายไป ชาวบ้านอยู่กันอย่างมีความสุข ความเจริญยิ่งขึ้น จึงเป็นที่เลื่องลือกันทั่วไปถึงความศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าพ่อ-เจ้าแม่ ดังนั้น ชาวตลาดปากน้ำโพจึงได้มีการร่วมแรงร่วมใจกันจัดประเพณี การแห่เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ปากน้ำโพขึ้นโดยจัดให้มีขบวนแห่เจ้า เป็นขบวนใหญ่โตมโหฬาร เช่นขบวนของเจ้าแม่กวนอิม โดยการคัดเลือกสาวงามที่มีคุณสมบัติให้เป็นตัวแทนของเจ้าแม่กวนอิม ขบวนเองกอ ล่อโก้ว ขบวนนางฟ้า สาวงามถือธง เด็กหญิงน้อย ๆ หาบกระเช้าดอกไม้ การเชิดสิงโต ของสมาคมต่าง ๆในจังหวัดนครสวรรค์ ขบวนอัญเชิญเจ้าและผู้เข้าทรง บางปีก็มีการลุยไฟ และขบวนที่ขาดเสียไม่ได้และเป็นจุดเด่นของงานทุกปี ก็คือ ขบวนแห่มังกร ซึ่งการเชิดมังกรทองที่จังหวัดนครสวรรค์มีชื่อเสียงมากในด้านความสวยงาม และการแสดงที่ตื่นเต้นเร้าใจ ที่มาประเพณีไทย ประเพณีงานประเพณีแห่เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ปากน้ำโพ : ประเพณีไทยดอทคอม http://www.prapayneethai.com/ Read more →

ความเชื่อเรื่องโหราศาสตร์

November 5, 2013 thaicustom No comments

ความเชื่อเรื่องโหราศาสตร์ โหราศาสตร์ (Astrologer) หรือโหร หมายถึง บุคคลซึ่งทำนายเหตุการณ์ในอนาคตโดยการคำนวณวิถีโคจรของดวงดาวบนท้องฟ้า โดยดูจากวัน เดือน ปี เวลาที่เกิด และสถานที่เกิด ของเจ้าของชะตา โหราศาสตร์จะเป็นเครื่องบอกผลกรรม 14 ประการ และความเป็นไปของมนุษย์ในห้วงระยะเวลาที่มีชีวิตอยู่ได้เป็นอย่างดี แสดงเหตุและผลของดวงดาว ทำให้สามารถทำนายเหตุการณ์ล่วงหน้าของวิถีทางของมนุษย์ และเหตุการณ์ของโลกทั่วๆ ไป โหราศาสตร์ (Astrology) เป็นศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการทำนายอนาคต ปรากฏการณ์ต่างๆ ของโลก หรือ โชคชะตาของมนุษย์ โดยอาศัยตำแหน่งของดวงดาว ในเวลาที่เกิดเหตุการณ์ต่างๆ โดยไม่มีกฏเกณฑ์ที่แน่นอน บ้างก็อ้างว่าใช้บันทึกทางสถิติสร้างเป็นหลักเกณฑ์และแนวโน้มเพื่ออธิบายโอกาสของการเกิดเหตุการณ์ในอนาคต ทว่าในปัจจุบัน ยังไม่มีโหราศาสตร์ใดเลยที่สามารถผ่านกระบวนการทดสอบทางสถิติอย่างที่กล่าวอ้าง ดังนั้น โหราศาสตร์จึงมักถูกกล่าวหาจากนักวิทยาศาสตร์ว่าเป็นสิ่งงมงาย เป็นการใช้ความเชื่อนำเหตุผล วิชาโหราศาสตร์มีหลายระบบและมีความแตกต่างกัน แบ่งออกเป็น โหราศาสตร์ไทย โหราศาสตร์สากล โหราศาสตร์จีน โหราศาสตร์ยูเรเนียน การพยากรณ์ในโหราศาสตร์ต้องอาศัยโหรผู้มีความรู้ความชำนาญในการผูกดวงและเป็นผู้พยากรณ์เพื่อตีความหมายเป็นโอกาสของการเกิดเหตุการณ์ต่างๆ ในอนาคต โหราศาสตร์ เป็นสาขาหนึ่งของการพยากรณ์และเนื่องจากการใช้ตำแหน่งของดวงดาวจึงมีความเกี่ยวข้องกับวิชาดาราศาสตร์ ในทางพระพุทธศาสนา สมเด็จพระอรหันต์สัมมาสัมพุทธเจ้าได้มีพุทธานุญาตให้พระภิกษุสงฆ์เรียนรู้ วิชาโหราศาสตร์ในเรื่องฤกษ์ยาม เพื่อจะได้รู้เวลาทำอุโบสถสังฆกรรม อันเป็นกิจในพระพุทธศาสนา จึงได้มีชื่อ วัน เดือน ปี และฤกษ์แสดงไว้ท้ายบอกวัตรพระเป็นประเพณีสืบต่อมา ที่มาของเรื่องมีอยู่ว่า สมัยหนึ่ง พระภิกษุทั้งหลายไปบำเพ็ญสมณธรรมอยู่ในอรัญญิกเสนาสนะได้มีหมู่โจรมาถามว่า วันนี้พระจันทร์กอร์ปด้วยนักขัตฤกษ์อะไร พระภิกษุตอบว่าไม่รู้ พวกโจรจึงว่า ชนเหล่านี้จึงไม่ใช่สมณะจึงไม่รู้นักขัตตบาท คงจะเป็นพวกโจรมาซุ่มซ่อนอยู่ ว่าแล้วโจรเหล่านั้นก็เข้าทำร้ายพระภิกษุเหล่านั้นก็หลีกไป เมื่อความเรื่องนี้ทราบถึงพระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์เจ้าทรงมีพระพุทธฎีกาตรัสให้ประชุมพระภิกษุสงฆ์ แล้วจึงตรัสอนุญาต ในภิกษุที่ไปบำเพ็ญสมณธรรมในป่าพึงเรียนรู้นักขัตฤกษ์ สำหรับอรัญญิกวัตร เพื่อรักษาตนให้พ้นภัยอันตรายจากโจร (พินิจ จันทร และคณะ, 2552, หน้า 79-80)   Read more →

ประเพณีไทย การแข่งขันว่าวประเพณี

November 5, 2013 thaicustom No comments

ประเพณีไทย การแข่งขันว่าวประเพณี การแข่งขันว่าวประเพณีจังหวัดสตูล  ประเพณีไทย นี้ ริเริ่มจัดการแข่งขันเนื่องจากช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ลงมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ หรือ ลมว่าวกำลังพัดย่านท้องที่สนามบิน และในจังหวัดภาคใต้ เหมาะแก่การเล่นว่าว ซึ่งเป็นการละเล่นพื้นเมืองที่ลงทุนน้อย เล่นง่าย เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่ประดิษฐ์ว่าวประเภทต่างๆ ขึ้นมา ประกอบคนชาวไทยเป็นนักประดิษฐ์ ช่างคิด ช่างทำ เห็นควายอยู่ในนาที่กำลังเก็บเกี่ยวจึงได้จำลองหน้าตาของควายลงในตัวว่าว ขณะที่ว่าวลอยกลางอากาศส่วนหางจะอยู่บน ส่วนหัว เขา จมูก หู อยู่ส่วนล่าง ว่าวมีเสียงดัง อยู่ไม่นิ่ง ส่ายไปมาเหมือนนิสัยบ้าบิ่นของควาย ชาวบ้านจึงเรียกว่าวควาย เป็นสัญลักษณ์ของการเล่นว่าวในจังหวัดสตูล เป็นที่นิยมของประชาชนในจังหวัดใกล้เคียง เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในอดีตว่าวเป็นเครื่องมือบอกทิศทางลม เป็นอุปกรณ์เสี่ยงทายถึงความเจริญก้าวหน้าของท้องถิ่นนิทาน หรือตำนานของไทย เช่น เรื่องแก้วหน้าม้า ว่าวสมัยก่อน พระมหากษัตริย์ให้ความสนใจมากหากว่าวตกลงบ้านใคร เจ้าของบ้านจะได้รับรางวัลเป็นสิ่งตอบแทน ชาวจีนใช้ว่าวทำสงคราม ชาวฝรั่ง เช่น เบ็ญจามิน แพรงกิน ใช้ว่าวทดลองทางวิทยาศาสตร์ ว่าวจุฬา – ปักเป้า เป็นว่าวที่พระราชาทรงโปรด จัดให้มีการแข่งขันท้องสนามหลวง ว่าวจุฬา แต่ละตัวที่จัดทำขึ้นต้องมีพิธีกรรมหลายอย่าง เช่น การค้นหาไม้ไผ่ที่แก่จัด อยู่กลางกอไผ่ มีอายุที่กำหนดไว้ เมื่อตัดไม้ไผ่แล้วต้องไปแช่น้ำระยะหนึ่ง จึงจะมาตกแต่ง มีการรมควันเพื่อให้ไม้ไผ่ทนทาน ไม่มีมอด แมลงมาชอนไช การตกแต่งโครงว่าว การผูกเชือก การติดกระดาษ ล้วนแต่ใช้ภูมิปัญญาไทย บางครั้งต้องมีการเซ่นไหว้ เพื่อให้มีชัยชนะ สิ่งมุ่งหวังของว่าวประเพณี เพื่อเป็นการตอบแทนบุญคุณของควายที่ช่วยเหลือชาวนา ทำนา จึงเทิดทูนผู้มีพระคุณ อีกทั้งเป็นการอนุรักษ์ช่างฝีมือในการทำว่าว ซึ่งนับวันจะหายากยิ่งขึ้น และยังเป็นศูนย์รวมของว่าวภาคใต้ การใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ จนเกิดเป็นมรดกอันล้ำค่าทางวัฒนธรรมที่แม้แต่ มาเลเซียประเทศเพื่อนบ้านยังสร้างความสัมพันธ์ไมตรีระหว่างประเทศที่ดีต่อกัน ที่มาประเพณีไทย การแข่งขันว่าวประเพณี : openbase.in.th  และ ภาพประกอบจาก unseentourthailand.com   Read more →

ประเพณีไทย ประเพณีขึ้นเขาสวาย

November 5, 2013 thaicustom No comments

ประเพณีไทย ประเพณีขึ้นเขาสวาย ประเพณีขึ้นเขาสวาย เคาะระฆังพันแปดสิบใบ กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์จัดขึ้นที่วนอุทยาน พนมสวาย หรือเขาสวาย มีความสำคัญต่อชาวสุรินทร์มาแต่ครั้งโบราณ เมื่อถึงเดือน ๕ ของทุกปี บรรพบุรุษชาวสุรินทร์ถือว่าเป็นงานประเพณีหยุดงาน โดยแบ่งเป็น ๒ ช่วง คือช่วงที่ ๑ เรียกว่า ตอมตู๊จ หมายถึงวันหยุดงานเล็ก จะหยุดทำงานเพียง ๓ วัน  ส่วนช่วงที่ ๒ เรียกว่า ตอมธม หมายถึง วันหยุดงานใหญ่ หยุดทำงานทั้งหมด ๗ วัน และเมื่อถึงวันขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๕ ของทุกปี ชาวสุรินทร์จะร่วมมือร่วมใจจัดงานบุญประเพณีขึ้นเขาสวาย ถือว่าเป็นประเพณีไทยวัน ขึ้นปีใหม่ทางจันทรคติ ชาวสุรินทร์จะหยุดงาน และเดินทางขึ้นเขาสวาย เพื่อกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เสริมสิริมงคลชีวิตต่อตนเองและครอบครัว สำหรับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 9 แห่งบนยอดเขาอันได้แก่ 1.พระใหญ่หรือพระสุรินทร มงคล 2.รอยพระพุทธบาทจำลอง 3.อัฐิหลวงปู่ดูลย์ อตุโล 4.พระพุทธรูปองค์ดำ 5.อัฐิพระครูพนมศิลคุณ (สวน สารธมฺโม) 6.ร่องรอยแห่งปราสาทหินพนมสวาย 7.ศาลเจ้าแม่กวนอิม 8.เต่าหินศักดิ์สิทธิ์ 9.สระน้ำศักดิ์สิทธิ์ รวมถึงระฆังศักดิ์สิทธิ์ 1,080 ใบ ซึ่งเป็นระฆังจากวัดทั่วจังหวัดสุรินทร์ 1,070 ใบ และอีก 10 ใบ จากวัดชื่อดังในกรุงเทพมหานคร เชื่อว่าหากใครได้มาเคาะระฆังเหล่านี้จะมีชื่อเสียงขจรไกลเหมือนดังเสียง ระฆังที่ก้องกังวานออกไป   ที่มาประเพณีไทย ประเพณีขึ้นเขาสวาย : http://www.khaosod.co.th Read more →

ประเพณีไทย ประเพณีแห่ธงตะขาบ

November 5, 2013 thaicustom No comments

ประเพณีไทย ประเพณีแห่ธงตะขาบ ช่วงเวลาที่จัดงานประเพณีไทย ประเพณีแห่ธงตะขาบ : ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ ๑๓-๑๕ เมษายน ของทุกปี ความสำคัญของประเพณีแห่ธงตะขาบ การถวายธงตะขาบเป็นการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับ เป็นประเพณีของชาวรามัญที่ตั้งรกรากอยู่ใกล้วัดพิมพาวาส ในเขตอำเภอบางปะกง เชื่อกันว่าธงที่แขวนส่ายเพราะแรงลมเป็นการบอกรับบุญกุศลของบรรพบุรุษ และช่วยให้ผู้ล่วงลับได้ขึ้นสวรรค์ พิธีกรรมของประเพณีแห่ธงตะขาบ ธงตะขาบแต่เดิมเป็นธงกระดาษ ต่อมาเปลี่ยนเป็นผ้า ปัจจุบันใช้เชือกเป็นเส้นขอบผูกขวางคั้นด้วยซี่ไม้ไผ่เป็นช่วง ๆ ใช้เสื่อผืนยาวปิดทับแทนผ้าหรือกระดาษเป็นลำตัว ปลายไม้ที่ยื่นสองข้างทุกซี่ประดับด้วยช้อนผูกห้อยแทนขา สลับกับพู่กระดาษเพื่อความสวยงาม หัวและหางสานผูกด้วยโครงไม้ปิดกระดาษสี จะทำกี่ตัวแล้วแต่กำลัง จากนั้นจะทำการแห่ไปที่วัด เมื่อถึงก็จะขึงธงไว้กับต้นเสาในศาลา จากนั้นพระจะนำสายสิญจน์มาวงรอบธง แล้วจึงทำพิธีถวายธงตามด้วยการสรงน้ำพระ เสร็จแล้วจึงนำธงไปชักขึ้นแขวนบนเสาหงส์ สาระของประเพณีแห่ธงตะขาบ ประเพณีแห่ธงตะขาบเป็นกุศโลบายที่แสดงออกถึงความเชื่อในเรื่องชีวิตหลังความ ตายและความกตัญญูต่อบรรพบุรุษโดยมีศาสนาเป็นตัวเชื่อมประสานความเชื่อ อีกทั้งเป็นการกำหนดกิจกรรมที่รวบรวมผู้คนของสังคมให้ร่วมแรงร่วมใจกันทางหนึ่ง ที่มาประเพณีไทย ประเพณีแห่ธงตะขาบ : ประเพณีไทยดอทคอม http://www.prapayneethai.com/ Read more →

ประเพณีไทย ประเพณีกรวยสลาก

November 5, 2013 thaicustom No comments

ประเพณีไทย ประเพณีกรวยสลาก ช่วงเวลาที่จัดงานประเพณีไทย ประเพณีกรวยสลาก หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า กินก๋วยสลาก: ได้ปฏิบัติกันมาเป็นประจำทุกปีเกือบทุกวัด เริ่มจะไม่มีกำหนดตายตัว อาจจะทำในช่วงเข้าพรรษาก็เคยมี ความสำคัญของประเพณีกรวยสลาก เป็นงานประเพณีของท้องถิ่นที่ปฏิบัติกันมาเป็นประจำทุกปี ทุกบ้านจะหยุดงานเพื่อมาร่วมกันเตรียมงาน เตรียมกองสลาก เตรียมจัดอาหารเลี้ยงผู้ที่มาร่วมงาน พิธีกรรมของประเพณีกรวยสลาก เมื่อได้กำหนดวันกรวยสลากแล้ว ทางวัดจะแจ้งให้ผู้มีจิตศรัทธาทราบเพื่อจัดเตรียมอาหารสิ่งของต่าง ๆ ที่พระภิกษุจำเป็นต้องใช้ อาจทำเป็นบุคคลหรือคณะก็ได้ แต่ละกอง สิ่งของที่เตรียมมานี้จะทำภาชนะบรรจุอย่างสวยงาม ประดับตกแต่งเป็นซุ้มแบบเรือนไทย เรือนยอดหรือดอกบัว ตั้งเรียงรายรอบพระอุโบสถ วันนี้ถือว่าเป็นวันสำคัญทางวัดจะจัดเตรียมอาหารคาวหวาน ตั้งโรงทานเลี้ยงอาหารผู้มาในงานนี้อย่างเต็มที่ บุคคลที่จะได้จับสลากก็คือ พระภิกษุที่ได้นิมนต์มาจากวัดต่าง ๆ ส่วนใหญ่เป็นเจ้าอาวาสหรือพระภิกษุที่ประชาชนส่วนใหญ่ให้ความเคารพนับถือ เมื่อมาพร้อมกันแล้วก็เข้าพระอุโบสถทำพิธีสวดมนต์บทต่าง ๆ เพื่อความเป็นสิริมงคลของพุทธศาสนิกชน ต่อจากนั้นก็เริ่มจับสลาก พระภิกษุรูปใดจับได้หมายเลขหรือชื่อที่ตรงกับซุ้มกรวยสลากหมายเลขหรือชื่อ นั้นก็ไปรับถวายพร้อมด้วยอนุโมทนา เจ้าของกรวยสลากก็ช่วยกันหาซุ้มกรวยสลากใส่รถแห่ไปส่งถึงวัดอย่างสนุกสนาน สาระของประเพณีกรวยสลาก เป็นประเพณีของชาวพุทธที่มีการทำบุญให้ทานรับพรจากพระ จะทำให้เกิด สิริมงคลแก่ตน และอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับไปแล้ว เป็นการระลึกถึงบุญคุณของผู้มีพระคุณ และเป็นการแสดงออกถึงความสามัคคีของคนในชุมชน ที่มาประเพณีไทย ประเพณีกรวยสลาก : ประเพณีไทยดอทคอม http://www.prapayneethai.com/ Read more →

ความเชื่อเรื่องการโกนผมไฟ

November 4, 2013 thaicustom No comments

ความเชื่อเรื่องการโกนผมไฟ   เมื่อลูกอ่อนมีอายุได้ประมาณเดือนเศษ พ่อแม่ก็จะเตรียมโกนผมไฟโดยไม่ต้องทำพิธี ด้วยการลับมีดโกนกับหินลับมีดให้คมกริบ นำใบบอนมาใบหนึ่ง แม่อุ้มเด็กไว้ในตัก พ่อเอาน้ำชโลมผมไฟให้เด็กทั่วศีรษะ เมื่อผมเปียกดีแล้วพ่อจะเริ่มโกนตั้งแต่หน้าผากขึ้นจนรอบศีรษะ จะต้องระวังส่วนสูงสุดของศีรษะตอนกลางที่เรียกว่า “กระหม่อม” เท่านั้น เพราะเด็กเกิดใหม่กระหม่อมจะบางยังไม่เต็ม ยังนิ่มอยู่ทำให้โกนยากกว่าบริเวณอื่นๆ ส่วนแม่คอยจับมือลูกที่ไขว่คว้าไปมาไม่ได้หยุดนั้นให้นิ่งไว้จะได้ไม่ถูกมีด โกนบาด เมื่อโกนผมไฟเสร็จแล้ว พ่อจะเก็บผมไฟใส่ใบบอนที่เตรียมไว้ ห่อให้เรียบร้อยแล้วอาจนำไปลอยน้ำโดยเชื่อว่าจะเกิดความร่มเย็นแก่ลูกต่อไป บางรายหากไม่นำห่อผมไฟไปลอยน้ำ ก็อาจนำไปฝากไว้ที่ต้นกล้วยที่มีกาบใหญ่ๆ ก็ได้เพราะถือว่าผมเป็นของสูงจะนำไปทิ้งเรี่ยราดไม่ได้ เหตุผลที่เลือกใบบอนมาห่อผมไฟเด็กคงไม่ใช่เพราะเห็นกิริยาของเด็กอ่อนไม่ อยู่นิ่ง ดูเหมือนคันขยุกขยิกตลอดเวลา แต่อาจเป็นเพราะต้นบอนขึ้นอยู่ทั่วไปในแหล่งที่มีน้ำไปถึง หาง่ายจึงมีผู้นิยมเด็ดหรือตัดมาใช้ รวมทั้งนำมาห่อผมไฟที่โกนแล้วด้วย ที่มาของความเชื่อเรื่องการโกนผมไฟ : http://thaiculturebuu.wordpress.com Read more →

ประเพณีไทย ประเพณีการแข่งเรือกอและด้วยฝีพาย

November 4, 2013 thaicustom No comments

ประเพณีไทย ประเพณีการแข่งเรือกอและด้วยฝีพาย ช่วงเวลาที่จัดงานประเพณีการแข่งเรือกอและด้วยฝีพาย ประเพณีการแข่งเรือกอและและเรือยาวด้วยฝีพายหน้าพระที่นั่ง ได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ในระหว่างวันที่ ๒๑-๒๕ กันยายน ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ ได้เสด็จแปรพระราชฐานมาประทับแรม ณ พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ ความสำคัญของประเพณีการแข่งเรือกอและด้วยฝีพาย ในการเสด็จแปรพระราชฐานทุกครั้งจะทรงเยี่ยมเยียนราษฎรในจังหวัดนราธิวาสและ จังหวัดใกล้เคียงทุกหมู่เหล่า ทรงวางโครงการน้อยใหญ่เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนให้มีความสงบสุข ร่มเย็นด้วยพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าฯประชาชนชาวจังหวัดนราธิวาสต่างเห็น พ้องต้องกันว่าสมควรจัดให้มีการแข่งขันเรือกอและอันเป็นประเพณีเก่าแก่ของ ชาวจังหวัดนราธิวาสถวายทอดพระเนตรเพื่อเทิดพระเกียรติในพระมหากรุณาธิคุณอัน ล้นพ้นและเป็นการฟื้นฟูประเพณีการแข่งเรือกอและด้วยฝีพาย หน้าพระที่นั่ง และทรงมีพระบรมราชานุญาตให้จัดการแข่งขันเมื่อวันที่ ๑๐ มีนาคม พ.ศ.๒๕๑๙ อีกทั้งได้พระราชทานถ้วยรางวัลแก่ทีมเรือที่ชนะการแข่งขันด้วย สาระของประเพณีการแข่งเรือกอและด้วยฝีพาย การแข่งขันใช้เรือกอและระยะทาง ๖๕๐ เมตร ผู้ควบคุมลำละ ๑ คน จำนวนฝีพายรวมทั้งนายท้ายไม่เกินลำละ ๒๓ คน และมีฝีพายสำรองไม่เกินลำละ ๕ คน การเปลี่ยนตัวในแต่ละเที่ยวทำได้เที่ยวละไม่เกิน ๕ คน ทั้งนี้ให้ผู้ควบคุมทีมประจำเรือแจ้งให้คณะกรรมการปล่อยเรือทราบ เรือที่เข้าแข่งขันทุกลำต้องถึงจุดเริ่มต้น (จุดปล่อยเรือ) ก่อนเวลาที่กำหนดแข่งขันในรอบนั้น หากไปช้ากว่ากำหนดเกิน ๑๕ นาทีถือว่าสละสิทธิ์จะปรับแพ้ในรอบนั้นได้ ก่อนการได้ยินสัญญาณ ณ จุดเริ่มต้นฝีพายทุกคนยกพายให้พ้นผิวน้ำ ยกเว้นนายท้ายเรือให้ใช้พายคัดท้ายเรือบังคับเรือให้หยุดนิ่ง และจะต้องวิ่งในลู่ของตน หากวิ่งผิดลู่หรือสายน้ำถือว่าผิดกติกาให้ปรับเป็นแพ้ในเที่ยวนั้น เรือที่เข้าถึงเส้นชัยก่อนลำอื่นโดยถือหัวเรือสุดเป็นการชนะการแข่งขันใน เที่ยวนั้น การแข่งขันแบ่งเป็น ๔ รอบ รอบที่ ๑ และรอบที่ ๒ เป็นรอบคัดเลือก รอบที่ ๓ เป็นรอบรองชนะเลิศและรอบที่ ๔ เป็นรอบชิงชนะเลิศ ที่มาประเพณีไทย ประเพณีการแข่งเรือกอและด้วยฝีพาย : http://region7.prd.go.th Read more →

Scroll to Top