ประเพณีไทย วัฒนธรรมไทย

ประเพณีไทย ประเพณีนบพระ-เล่นเพลง

November 13, 2012 admin No comments

ประเพณีไทย ประเพณีนบพระ-เล่นเพลง จังหวัดกำแพงเพชรเป็นเมืองเก่าที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์แห่งหนึ่งของประเทศไทย ในสมัยสุโขทัยกำแพงเพชรมีฐานะเป็นเมืองหน้าด่านต้องคอยรับศึกสงครามอยู่เสมอ จึงได้มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์หลงเหลืออยู่ให้เห็นมากมายในปัจจุบัน เช่น วัดโบราณ ป้อมปราการ คูเมือง กำแพงเมือง เป็นต้น ทำให้จังหวัดกำแพงเพชรเป็นเมืองศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทย นอกจากโบราณสถานที่เก่าแก่แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองของเมืองแล้วยังมีวัฒนธรรมประเพณีที่สืบทอดมาจนถึงปัจจุบันที่สำคัญก็คือ “ประเพณีนบพระเล่นเพลง” ซึ่งเป็นการทำบุญในวันเพ็ญเดือนสาม หรือวันมาฆบูชา ประเพณีนบพระ-เล่นเพลงในแผ่นดินพระเจ้าลิไท จังหวัดกำแพงเพชร ประวัติและความเป็นมา ประเพณีนบพระ-เล่นเพลงของชาวกำแพงเพชรนั้น ได้นำคำในศิลาจารึกนครชุม หลักที่ ๓ มาเป็นชื่องาน มีความว่า “ผู้ใดไหว้นบ กระทำบูชาพระศรีรัตนมหาธาตุ และพระศรีมหาโพธิไซร้ มีผล อานิสงส์พร่ำเสมอดังได้นบพระผู้เป็นเจ้า…” คำว่า “นบ” เป็นคำโบราณ แปลว่า ไหว้ ดังนั้น การนบพระจึง หมายความว่า “ไหว้พระ” สำหรับคำว่าเล่นเพลง คือ การละเล่นสนุกสนานพื้นบ้าน โดยมีการร้องเพลงพื้นบ้าน มีชาย หญิงร่วมร้องและร่ายรำเป็นที่สนุกภายหลังจากได้ทำบุญทำกุศลแล้ว งานประเพณีนบพระ-เล่นเพลงในแผ่นดินพระเจ้าลิไท จัดครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๖ ด้วย ความร่วมมือของจังหวัดกำแพงเพชร กรมศิลปากร และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ในการจัดงานครั้งนั้นทางผู้จัดได้นำเอาประวัติศาสตร์ในแผ่นดินพระเจ้าลิไท ตอนเสด็จ พระราชดำเนินนำพระมเหสี ข้าราชบริพาร ตลอดจนไพร่ข้าแผ่นดินชาวเมืองชากังราว และเมืองนครชุม ไปนมัสการพระพุทธบาทที่เขาสุมนกูฏ เมืองสุโขทัย แล้วมาถวายสักการะบูชาพระศรีรัตนมหาธาตุ ณ วัดพระบรมธาตุ นครชุม มาเป็นตอนสำคัญของงาน กำหนดการจัดงาน จัดในช่วงวันมาฆบูชา หรือวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ของประเทศไทย กิจกรรมและพิธี     สถานที่จัดงาน คือ บริเวณวัดพระบรมธาตุนครชุม จะมีการแสดงพระราชประวัติ ตอนพระ เจ้าลิไทไปทำการนบพระ พร้อมด้วยมเหสี และข้าราชบริพาร เริ่มต้นขบวนที่บริเวณวัดพระบรมธาตุนครชุม เมื่อนบพระเรียบร้อยแล้วก็มีการรำโคม รำถวายเป็นพุทธบูชา จากนั้นขบวนพยุหยาตราทางสถลมารคของ พระเจ้าลิไทก็เคลื่อนออกจากวัดเข้าสู่เมืองกำแพงเพชร ตอนค่ำมีมหรสพแสดงให้ชมหลายอย่างด้วยกัน และที่สำคัญคือ การเล่นเพลง ที่แสดงโดย นักศึกษาวิทยาลัยครูกำแพงเพชร เล่นได้ดีเป็นที่สนใจของผู้มาเที่ยวงาน ส่วนบริเวณวัดพระแก้ว มีการแสดง แสงและเสียง เรื่องเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของเมืองกำแพงเพชร ส่วนในภาคกลางวันมีการออกร้าน และบริการนำเที่ยวโบราณสถาน โดยใช้เกวียนเป็น พาหนะ […] Read more →

ประเพณีไทย ประเพณีปักธงชัย

November 13, 2012 admin No comments

ประเพณีไทย ประเพณีปักธงชัย ประเพณีท้องถิ่น ประเพณีปักธงชัย      ประเพณีปักธงชัย เป็นประเพณีโบราณที่กระทำสืบเนื่องกันมายาวนาน โดยการนำผ้าขาว 3 ผืนไปปักบนยอดเขาฉันเพล ยอดเขาฮันไฮหรือยอดเขาย่านชัยและยอดเขาช้างล้วง เพื่อระลึกและแสดงถึงความศรัทธาที่มีต่อวีรกรรมของพ่อขุนบางกลางหาว (พ่อขุนศรีอินทราทิตย์) ผู้ครองเมืองบางยาง ถือเป็นองค์ปฐมบรมกษัตริย์ของชาติไทย ที่สู้รบกับข้าศึกศัตรูจนได้รับชัยชนะ แล้วนำผ้าคาดเอวของท่านผูกที่ปลายไม้ นำขึ้นไปปักบนยอดเขาช้างล้วงเพื่อประกาศชัยชนะ ชาวนครไทยมีความเชื่อว่า หากปีใดไม่มีการนำธงขึ้นไปปักไว้บนยอดเขาช้างล้วง จะเกิดภัยพิบัติ หรือเกิดเหตุเภทภัยต่าง ๆ แก่ชาวบ้านหากได้ร่วมงานก็จะเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต      มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่า เขาช้างล้วงแห่งนี้มีร่องรอยการนั่งสมาธิของฤๅษีองค์หนึ่งที่มานั่งสมาธิ ณ บริเวณโขดหินหลังจุดประกอบพิธีปักธงชัย ด้วยอิทธิบุญบารมีก็ได้แสดงอิทธิฤทธิ์โดยปรากฏเป็นรอยเท้าเหยียบอยู่บนโขด หิน และบริเวณที่นั่งสมาธินั้นก็ปรากฏเป็นแอ่งหินรูปร่างเหมือนบั้นท้ายของคนตอน ที่นั่งขัดสมาธิ (ก้นฤๅษี) จวบจนทุกวันนี้ บางตำนานเล่าว่าในขณะที่พ่อขุนบางกลางหาวและพ่อขุนหาญห้าว (น้องชาย) ได้มาตั้งเมืองอยู่นี้ วันหนึ่งพ่อขุนหาญห้าว กระหายน้ำจึงเดินเข้าไปในป่า ขึ้นเขาแล้วไปพบแอ่งน้ำ(รอยนั่งของฤๅษี) ก็ได้ดื่มกินและอาบน้ำ ปรากฏว่าร่างกายของพ่อขุนหาญห้าวนั้นกลายเป็นทอง ประหนึ่งลงไปชุบในอ่างทองคำ และเมื่อพ่อขุนหาญห้าวกลับเข้ามาในเมืองเหล่าทหารก็จำไม่ได้ ก็ไม่ยอมให้เข้าเมือง พ่อขุนหาญห้าวจึงได้โยนหอกโยนดาบใส่ทหาร พอทหารเห็นดังนั้นจึงจำพ่อขุนหาญห้าวได้ จึงยอมให้เข้าเมือง พ่อขุนบางกลางหาวเห็นร่างกายของพ่อขุนหาญห้าวเป็นทองทั้งตัว ก็ต้องการจะไปยังบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์นั้นบ้างจึงให้พ่อขุนหาญห้าวพาไป เมื่อเดินทางไปที่เดิมกลับไม่พบบ่อน้ำนั้นแล้ว พ่อขุนบางกลางหาวโกรธพ่อขุนหาญห้าวมาก คิดว่าน้องชายไม่รักไม่ต้องการให้ตนได้ดื่มน้ำ อาบน้ำจากบ่อน้ำนั้น จึงต่อว่าพ่อขุนหาญห้าว พ่อขุนหาญห้าวเสียใจจึงไปกินยาฝิ่นเกินเกินขนาดจนสิ้นใจตาย ปัจจุบันประเพณีปักธงชัยจัดขึ้นทุกวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 12 ในสมัยก่อนเลือกวันใดวันหนึ่งระหว่างขึ้น 1 ค่ำถึง ขึ้น14 ค่ำเดือน 12 โดยมีพิธีกรรมดังต่อไปนี้ ก่อนถึงวันประกอบพิธี      เมื่อใกล้เทศกาลปักธงชัย เวลากลางคืน ชาวบ้านที่เป็นชายจะเป็นผู้ ตีฆ้องเดินนำหน้า พระภิกษุไปรับ บิณฑบาต “ดอกฝ้ายสีขาว” จากนั้นสตรีสูงอายุในหมู่บ้านใกล้ๆ วัดเหนือ วัด กลาง และวัดหัวร้อง จะชักชวนชาวบ้านมาช่วยกันตาก หีบ ดีด และเข็นฝ้าย (ปั่นฝ้าย) จะได้เส้นด้ายสีขาวนวล (ปัจจุบันใช้วิธีการร่วมกันทำบุญซื้อเส้นฝ้าย) จากนั้นช่วยกันทอธงผ้า ขาว 3 ผืน ขนาดใหญ่ กว้าง 90 เซนติเมตร ยาวประมาณ 4 […] Read more →

ประเพณีไทย ประเพณีปอยส่างลอง

November 7, 2012 admin No comments

ประเพณีไทย ประเพณีปอยส่างลอง ประเพณีปอยส่างลองเป็นประเพณีของจังหวัดแม่ฮ่องสอน  จะจัดประเพณีขึ้นในช่วงระหว่างเดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายน โดยระยะเวลาในการจัดประเพณีจะจัด 3-7 วัน แต่โดยทั่วไปแล้วจะนิยมจัดงานประเพณีเพียงแค่ 3 วันเท่านั้น ปอยส่างลองเป็นประเพณีการบวชลูกแก้วของชาวไทยใหญ่ที่ได้มีการสืบทอดกันมายาวนาน เพื่อให้ลูกหลายได้มีโอกาสในการศึกษาพุทธศาสนา และมีความเชื่อที่ว่าจะได้รับบุญกุศลจากการบวช และในวันก่อนวันงาน 1 วัน จะมีการจัดเตรียมงานและจัดงานมหรสพต่าง ๆ คำว่า ปอย แปลได้ว่า งาน  ส่วนคำว่า ส่าง จะหมายถึง พระหรือเณร และ ลอง แปลว่า ราชา กษัตริย์ หรือเกี่ยวกับพระเจ้าแผ่นดิน เมื่อนำคำ ๓ คำนี้มารวมกัน จะหมายถึง งานบวชพระหรือเณรของเด็กๆ ที่แต่งกายคล้ายราชา ส่วนที่จัดงานในช่วงเดือนมีนาคม – เดือนเมษายนของทุกปีก็เพราะว่าเป็นช่วงเวลาหลังเก็บเกี่ยวข้าวในนา ว่างเว้นจากการทำนา ทำไร่ ความเชื่อหรือที่มาของประเพณีบวชเณรนี้ มาจาก ๒ ความเชื่อด้วยกัน ความเชื่อแรก ว่ากันว่าประเพณีปอยส่างลองเป็นประเพณีเลียนแบบเมื่อครั้งเจ้าชายสิทธัตถะ หนีออกจากเมืองเพื่อออกผนวช ทั้งในเครื่องทรงกษัตริย์พร้อมนายฉันนะ  ประเพณีบวชลูกแก้วจึงมีการแต่งองค์ทรงเครื่องให้กับเด็กๆ ผู้ชายให้คล้ายกับเจ้าชาย และมีตะแป หรือพ่อส้าน แม่ส้านคอยรับใช้ดูแลใกล้ชิด คอยแต่งตัว แต่งหน้าให้กับส่างลอง และยอมให้ขี่คอไปไหนต่อไหนได้ อีกความเชื่อหนึ่งมาจากเรื่องราวใน พุทธประวัติ เมื่อพระเจ้าอาชาตศัตรู โอรสของพระเจ้าพิมพิสารถูกพระเจ้าเทวทัตยุแหย่ให้กักขังพระบิดาของตนเองไว้ ต่อมาเกิดสำนึกผิดต่อสิ่งที่กระทำต่อบิดาของตนเองจึงนำเรื่องกราบทูลต่อองค์ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า และได้คำแนะนำกลับมาว่า ให้นำลูกหลานของตัวเองมาบวชเรียน เพื่อให้โทษหนักผ่อนให้เป็นเบาได้ พอเช้าวันรุ่งขึ้น เรียกว่า วันเอาส่างลอง จะพากันไปที่วัด เพื่อนำเครื่องแต่งกายส่างลองไปแต่งให้ส่างลอง จากนั้นส่างลองจะเข้าพิธีรับศีล ต่อมาจะเริ่มด้วยขบวนการแห่ลูกแก้ว จะมีการแต่งกายกันอย่างสวยงาม แห่ไปรอบ ๆ เมือง ในขบวนแห่จะมีเสียงดนตรีเพื่อแสดงความสนุกสนาน เมื่อแห่รอบเสร็จก็จะนำขบวนแห่ลูกแก้วนั้นไปเยี่ยมญาติที่บ้าน วันที่สอง เรียก ว่าวันรับแขก จะมีขบวนแห่คล้าย ๆ วันแรก แต่ในวันที่สองนี้ขบวนแห่ประกอบไปด้วยเครื่องสักการะบูชาต่าง ๆ ในตอนเย็นหลังจากลูกแก้วรับประทานอาหารเสร็จจะเข้าทำพิธีทำขวัญและการสวดคำขวัญ เพื่อเตรียมตัวเข้ารับการบรรพชาในวันรุ่งขึ้น วันสุดท้าย เรียกว่า วันบวช จะเริ่มพิธีด้วยการนำลูกแก้วไปที่วัด เพื่อทำการกล่าวขออนุญาตทำการบรรพชาจากพระผู้ใหญ่ เมื่อพระผู้ใหญ่ท่านอนุญาต ลูกแก้วทั้งหมดก็จะกล่าวคำปฏิญาณตนและอารธนาศีล จากนั้นจึงเปลี่ยนชุดมาเป็นผ้าเหลือง และเป็นสารเณรอย่างสมบูรณ์   Read more →

Scroll to Top