แม่และเด็ก

เมื่อลูกทำผิดพ่อแม่ควรทำอย่างไร

September 20, 2015 admin No comments

เมื่อลูกทำผิดพ่อแม่ควรทำอย่างไร คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกเล็กๆหลายท่าน คงมีความกังวลอยู่ไม่น้อย ว่าจะทำอย่างไรดีเมื่อลูกๆทำผิด จะดุก็กลัวลูกจะกลัวไม่กล้าเข้าใกล้ จะปล่อยผ่านก็กลัวว่าจะเป็นปัญหาต่อไปในอนาคต และแต่ละครอบครัวก็มีวิธีการว่ากล่าว ตักเตือน สั่งสอน หรือทำโทษที่แตกต่างกันออกไป แต่เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่า วิธีการของครอบครัวเรานั้นเป็นวิธีการที่ดีที่สุดทั้งต่อคุณพ่อคุณแม่เองและตัวของลูกๆ ลองมาดูกันสิว่าเวลาที่ลูกทำผิด เราควรทำอย่างไรกับลูก ไม่แน่วิธีการต่อไปนี้คุณพ่อคุณแม่อาจจะเคยใช้กับลูกของคุณแล้วก็ได้ 1. หาสาเหตุ ทุกการกระทำนั้นย่อมมีสาเหตุ มีที่มาที่ไป หาสาเหตุก่อนว่าทำไมลูกถึงทำแบบนั้น ทำไปเพื่ออะไร 2. รับฟังให้มาก ซึ่งหากพ่อแม่เปิดใจที่จะฟัง ก้จะรุ้ว่าที่เขาทำแบบนี้นั้นเพื่ออะไร เราจะรู้ว่าลูกกำลังคิดอะไรอยู่ มีสิ่งใดบ้างที่เป็นสาเหตุก่อให้เกิดการทำผิดในครั้งนี้ 3. ใช้เหตุผลในการลงโทษ ลดการโต้เถียง ขัดแย้ง หรือการไม่ใช้อารมณ์ในการพูดคุย ควนใช้เหตุและผลที่ดี ในการพูดสั่งสอนลูก ถ้าจะลงโทษก็ควรทำอย่างเหมาะสม ไม่มากหรือน้อยเกินไป ซึ่งจะช่วยให้ลูกเข้าใจถึงสิ่งที่ถูกต้องและจะไม่ทำผิดอีกในครั้งต่อไป 4. คิดจากมุมมองของเด็ก บางครั้งสิ่งที่ผู้ใหญ่คิดกับสิ่งที่เด็กคิดย่อมต่างกันตามอายุ และวุฒิภาวะในทางด้านความคิด และการตัดสินใจ บางครั้งเด็กก็รู้เท่าไม่ถึงการณ์ 5. ชื่นชม ควรจะชื่นชมเมื่อเขายอมรับผิดจากสิ่งที่เขากระทำ เพราะการที่เขายอมรับเขาเองจะเข้าใจว่ามันคืออะไร และคิดได้ว่าไม่ควรกลับไปทำอีก ในการชื่นชมจะทำให้ลูกรู้สึกว่าการทำในสิ่งที่ดีและถูกต้อง เป็นเรื่องทืที่ดีและน่าภูมิใจ 6. บอกรักลูก จริงอยู่ที่ว่าลูกทำผิดและควรได้รับการลงโทษ แต่ต้องไม่ใช่การได้รับการลงโทษจนมีความรู้สึกที่ว่า ไม่มีใครรัก ไม่มีค่าในสายตาพ่อแม่ การบอกรักจะทำให้ลูกรู้ว่าตัวเองมีค่าและเป็นที่รักของพ่อแม่ ทำให้เด็กๆพยายามที่จะทำตัวไปในทางที่ดีต่อไป 7. ให้เวลากับลูก การให้เวลากับลูกก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะในขณะที่เราอยู่กับลูก เราจะได้สั่งสอน แนะนำเขาว่าสิ่งใดควรทำ สิ่งใดไม่ควรทำ หรือทำไปแล้วจะส่งผลอย่างไรบ้าง และการใกล้ชิดกันระหว่างพ่อแม่กับลูกก็จะช่วยให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวอบอุ่นแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ขั้นตอนเหล่านี้ก็พอจะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่รับมือกับการทำผิดของลูกๆได้ และไม่ควรนใช้ความรุนแรง ลองนำไปปรับใช้และทำตามกันดูนะคะ Read more →

เครียดมากก็มีบุตรยาก

September 10, 2015 admin No comments

เครียดมากก็มีบุตรยาก ใครจะรู้บ้างว่า? แค่เกิดความเครียดก็ส่งผลต่อระดับของฮอร์โมนและการมีบุตรยากได้ สำหรับคนที่มีลูกยากนั้นเคยสังเกตบ้างหรือไม่ ว่าทำไมสุขภาพของตนเองก็สมบูรณ์แข็งแรงดี ไม่ได้อ้วนจนเกินไป ไม่ได้ผอมมากไป โรคประจำตัวก็ไม่มีทั้งฝ่ายหญิงและฝ่ายชาย แต่ทำไมจึงมีบุตรยากนัก หนึ่งในปัจจัยที่หลายคนอาจมองข้ามว่าไม่ใช่สิ่งสำคัญ แต่จริงๆแล้วสามารถส่งผลได้ในเรื่องของการมีบุตร นั่นก็คือ “ความเครียด” เนื่องจากความเครียดนั้นจะเป็นตัวที่เข้าไปยับยั้งการทำงานของฮอร์โมนในระบบสืบพันธุ์ ย่อมส่งผลโดยตรงต่อการตกไข่ในผู้หญิง ซึ่งจะสังเกตได้ง่ายๆ หากคุณผู้หญิงคนไหนที่เครียดมากๆไม่ว่าจะเป็นกังวลเรื่องงาน เรื่องเงิน มีความโศกเศร้าเสียใจ หรือความหวาดกลัวต่างๆนานา เป็นเหตุให้ประจำเดือนคลาดเคลื่อน เช่น มาช้ากว่าปกติเป็นสัปดาห์ หรือบางเดือนอาจจะไม่มาเลย จึงทำให้ไข่ไม่ตกนั่นเอง และเป็นผลให้ไข่ที่ถูกปฏิสนธิแล้วทำการฝังตัวในมดลูกได้ยากมากขึ้น ส่วนเพศชาย ความเครียดจะส่งผลให้ฮอร์โมน Testosterone ลดระดับลง และมีผลต่อการผลิตจำนวนอสุจิให้น้อยลง กอปรกับทำให้ความสามารถทางเพศของฝ่ายชายลดลงอีกด้วย เช่น หย่อนสมรรถภาพทางเพศ ไม่มีอารมณ์ร่วมหลับนอน จึงเป็นเหตุให้มีบุตรยาก ซึ่งหากความเครียดเกิดกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่าย ก็ย่อมเป็นเหตุให้โอกาสการตั้งครรภ์ลดน้อยลง การมีบุตรก็ยากขึ้น แต่หากเมื่อใดที่สามารถจัดการกับความเครียดได้ ก็จะกลับเข้าสู่สภาวะที่เป็นปกติ การมีบุตรยากก็ไม่ใช่ปัญหาที่ต้องกังวลอีกต่อไป สำหรับการผ่อนคลายความเครียดมีอยู่หลายวิธีด้วยกัน เช่น การออกกำลังกายโดยการเดินให้ได้อย่างน้อย 30 นาที หรือการวิ่งเหยาะๆ การเล่นกับสัตว์เลี้ยง การฟังเพลงเพราะๆ หรือการนั่งสมาธิภาวนา การสวดมนต์ก็ช่วยลดความเครียดลงไปได้ ตรงกันข้ามกับอีกหลายคนที่เครียดแล้วไม่ยอมทำอะไรเลย รู้หรือไม่ว่ หากไม่ยอมทำอะไร ฮอร์โมนจะไม่ถูกนำไปใช้ จึงเกิดการสะสมทำให้ร่างการเหนื่อยล้าเอาได้ง่ายๆ หรือบางคนจะมีอาการปวดหัว ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ฉะนั้นเมื่อรู้ตัวว่าเครียดให้หาทางผ่อนคลายให้เร็วที่สุด แต่ถ้าใครที่มีบุตรยากอยู่แล้วและยิ่งเครียดเข้าไปอีก โดยหาวิธีการต่างๆเพื่อให้มีบุตรง่ายขึ้น อาจยิ่งเพิ่มความเครียดให้กับตนเอง ฉะนั้นควรทำจิตใจให้แจ่มใส ไม่ต้องกังวลเรื่องการมีบุตรยาก ทำสุขภาพจิตและสุขภาพกายให้แข็งแรง เมื่อร่างกายพร้อม การมีบุตรก็ไม่ใช่เรื่องยาก ทว่ามีคนอีกจำนวนหนึ่งที่ไม่ได้มีบุตรยากเพราะเกิดจากความเครียด แต่อาจจะเกิดจากความผิดปกติของร่างกาย ซึ่งหากสังเกตได้ว่า ตนเองและคู่รัก มีสุขภาพใจที่ดี ไม่มีปัญหาเรื่องความเครียด แต่ทำไมจึงมีบุตรยาก ให้รีบปรึกษาแพทย์และตรวจเช็คร่างกายเพื่อหาสาเหตุ Read more →

เด็กหลอดเเก้ว(InVitro Fertilization: IVF)

June 17, 2015 admin No comments

เด็กหลอดเเก้ว(InVitro Fertilization: IVF) เด็กหลอดเเก้ว(InVitro Fertilization: IVF) นั้นถือได้ว่าเป็นชื่อเรียกการทำหัตถการทางการแพทย์ที่น่าสนใจเเละพบว่ามีความนิยมในการทำหัตถการนี้อย่างเเพร่หลาย ในครอบครัวที่ต้องการมีบุตรแต่ต้องประสบปัญหาในเรื่องของการที่มีบุตรยาก ทำให้ต้องมีการพึ่งพาเทคโนโลยีทางการแพทย์ประเภทนี้ เพื่อช่วยให้มีบุตรตามความประสงค์ โดยมีความปลอดภัยในระดับที่น่าเชื่อถือ เนื่องจากการทำเด็กหลอดแก้วเป็นกระบวนการทางการแพทย์ที่ช่วยในการเพิ่มโอกาสและอัตราในการตั้งครรภ์ที่มากยิ่งขึ้น รวมทั้งมีการตั้งครรภ์ที่มีประสิทธิภาพที่สูง ทำให้การตั้งครรภ์นั้นประสบความสำเร็จ นอกจากนี้ในส่วนของเด็กหลอดแก้วยังมีกระบวนการที่ใกล้เคียงกับการตั้งครรภ์ตามธรรมชาติของร่างกาย เพื่อที่จะทำให้การตั้งครรภ์ดำเนินต่อไปอย่างมีคุณภาพ เนื่องจากส่วนใหญ่มักทำในผู้ที่มีบุตรยาก มีประวัติการแท้งบ่อยครั้งทำให้ประสบความล้มเหลวในการตั้งครรภ์ กระบวนการในการทำเด็กหลอดเเก้วนั้นมีขั้นตอนและวิธีการดังต่อไปนี้ เริ่มแรกด้วยการที่ครอบครัวที่ต้องการทำเด็กหลอดเเก้วจะต้องมีการปรึกษาสูตินรีแพทย์ ( Specialist OB- Gyn) เพื่อที่จะเตรียมข้อมูลและความพร้อมในการตั้งครรภ์โดยการพึ่งพาเทคโนโลยีการที่จะตั้งครรภ์โดยการใช้วิธีเด็กหลอดเเก้ว จะต้องมีการเตรียมความสมบูรณ์พร้อมของร่างกายทั้งในส่วนของฝ่ายหญิงและฝ่ายชาย โดยแพทย์จะทำการตรวจร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการตรวจภายในเพศหญิง เพื่อประเมินความผิดปกติต่างๆ รวมทั้งอาจต้องมีการทำอัลตร้าซาวน์( Ultrasound) หรือการทำเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์( CT scan ) เพื่อเป็นการประเมินความผิดปกติภายในช่องท้อง ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของความผิดปกติเนื่องมาจากก้อนที่บริเวณปีกมดลูกที่ขัดขวางในการผสม และก้อนภายในโพรงมดลูกเพื่อทำการรักษา เนื่องจากก้อนอาจขัดขวางต่อการฝังตัวที่ผนังมดลูก ในเพศชายแพทย์จะประเมินในเรื่องของสุขภาพร่างกาย โรคประจำตัว ความสมบูรณ์ตัวอสุจิ เป็นต้น หลังจากการตรวจร่างกายและการประเมินความพร้อมทางด้านจิตใจทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง จะมีการเริ่มต้นกระบวนการแรกโดยวิธีการนำไข่และเชื้ออสุจิมาปฏิสนธิบริเวณภายนอกร่างกายในห้องทดลอง โดยกระบวนการที่สำคัญคือ มีการคัดเลือกเชื้ออสุจิและไข่ที่มีความสมบูรณ์ต่อการปฏิสนธิ ภายหลังจากที่มีการปฏิสนธิอย่างเหมาะสมจนกลายเป็นตัวอ่อน จะนำตัวอ่อนในการนำไปฝังตัวที่บริเวณของโพรงมดลูก เพื่อที่เพิ่มอัตราความสำเร็จในการตั้งครรภ์ทารก โดยการแพทย์จะดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดการตั้งครรภ์ จึงนับได้ว่าเด็กหลอดเเก้วนับได้ว่าเป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพที่สูง การที่เลือกวิธีในการเพิ่มอัตราของการตั้งครรภ์ด้วยการใช้เด็กหลอดแก้ว จะช่วยในการทำให้ประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์ที่มีคุณภาพได้ Read more →

การตรวจวินิจฉัย ตัวอ่อนก่อนการใส่กลับ ( Preimplantation Genetic Diagnosis :PGD)

June 15, 2015 admin No comments

การตรวจวินิจฉัย ตัวอ่อนก่อนการใส่กลับ ( Preimplantation Genetic Diagnosis :PGD) ในปัจจุบันวิวัฒนาการทางการแพทย์ได้มีความรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว เนื่องจากในปัจจุบันการที่จะมีการตั้งครรภ์ที่มีความสมบูรณ์นั้น นอกจากปัจจัยของร่างกายที่ต้องมีความแข็งแรงสมบูรณ์พร้อมของมารดาแล้ว การที่มีสภาพจิตใจที่มีความพร้อมต่อการตั้งครรภ์ยังส่งผลให้การตั้งครรภ์นั้นมีความสมบูรณ์แบบ ส่งผลต่อพัฒนาการในเรื่องของตัวอ่อนในครรภ์ได้ดีมากยิ่งขึ้น ในปัจจุบันนี้มีการคิดค้นรวมทั้งมีวิวัฒนาการทางการแพทย์หลากหลายวิธีในกระบวนการตั้งครรภ์ เนื่องจากมีปัญหาในเรื่องของการตั้งครรภ์ เช่น การมีบุตรยาก หรือการที่เด็กมีปัญหาความพิการรวมทั้งปัญหาโรคทางพันธุกรรมแต่กำเนิด การนำกระบวนการเทคโนโลยีทางการแพทย์ เพื่อเป็นการส่งเสริมการตั้งครรภ์ที่มีคุณภาพ โดยสิ่งที่ได้รับการใส่ใจในการตั้งครรภ์ ตั้งแต่กระบวนการเริ่มการปฏิสนธิ มีส่วนที่สำคัญอย่างมากต่อการเริ่มต้นการตั้งครรภ์ที่มีคุณภาพ เพื่อเป็นการส่งเสริมในเรื่องของการตั้งครรภ์ที่มีประสิทธิภาพและเป็นที่นิยมในปัจจุบัน คือการนำวิวัฒนาการของการใช้กระบวนการที่เรียกว่าการตรวจวินิจฉัยตัวอ่อนก่อนการใส่กลับ ( Preimplantation Genetic Diagnosis :PGD) นำมาใช้เพื่อเป็นการวิเคราะห์ในส่วนของตัวอ่อน (Embryo) ที่ช่วยในการประเมินความผิดปกติที่เกิดขึ้นทางพันธุกรรม เนื่องจากโรคที่อาจเกิดขึ้นเนื่องจากในส่วนของพันธุกรรมสามารถที่จะถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมผ่านโครโมโซมที่มีความผิดปกติ เมื่อกล่าวถึงโครโมโซมของร่างกายแล้ว โครโมโซม (Chromosome)นับได้ว่ามีความจำเพาะ เนื่องจากเป็นเเหล่งที่อยู่ของสารพันธุกรรม และในส่วนของ DNA ที่ช่วยในการบ่งชี้ลักษณะทางพันธุกรรมออกมาในรูปแบบของลักษณะต่างๆทางร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นสีผิวของเเต่ละเชื้อชาติที่มีความแตกต่างกันออกไป ลักษณะของเส้นผม เช่น ผมตรง ผมหยักศก เป็นต้น ซึ่งมีการถ่ายทอดจากพ่อแม่สู่ลูก รวมทั้งอาจมีการถ่ายทอดลักษณะความผิดปกติที่เกิดจากความผิดปกติของโครโมโซมที่พบบ่อยในเด็กที่เรียกว่าดาวน์ซินโดรม (Down syndrome ) ที่พบว่าเด็กจะมีพัฒนาการที่ช้า เมื่อคลอดออกมา รวมทั้งมีลักษณะที่มีความจำเพาะ เช่น หางตาชี้ เสียงแหลมเล็ก ตาห่างกัน เป็นต้น ซึ่งลักษณะเหล่านี้สามารถที่จะป้องกันด้วยการคัดกรองโดยการใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ด้วยการใช้ PGD เพื่อค้นหาความผิดปกติ ในก่อนการตั้งครรภ์จะดำเนินต่อไป การตรวจวินิจฉัยด้วยวิธีการ PGD นี้ จะใช้การนำเซลล์จากตัวอ่อนเพียงเล็กน้อย เพื่อนำมาใช้ในการตรวจเพื่อเป็นการตรวจหาความผิดปกติทางพชันธุกรรมเบื้อต้น เป็นการช่วยให้ทราบข้อมูล โดยการทำ PGD นั้นเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาในเรื่องของการที่มีบุตรยาก หรือการที่ประสบปัญหาการแท้งบุตรมาโดยตลอด ซึ่งนับว่าเป็นปัญหาที่มีความสำคัญที่ส่งผลให้การเข้าสู่กระบวนการตั้งครรภ์อย่างสมบูรณ์ Read more →

Scroll to Top