Tag: พืชสมุนไพร

กะเพรา สมุนไพรกลิ่นหอม สรรพคุณทางยาเหนือกว่าที่คิด

June 21, 2016 thaihealthy No comments

กะเพรา สมุนไพรกลิ่นหอม สรรพคุณทางยาเหนือกว่าที่คิด หากเอ่ยถึงพืชสมุนไพรอย่างกะเพรา เชื่อว่าทุกคนต่างต้องรู้จักกันเป็นอย่างดีอย่างแน่นอน เรียกว่าแทบทุกครั้งที่ไปสั่งอาหารตามร้านอาหาร หากคิดอะไรไม่ออกเราก็มักจะต้องนึกถึงข้าวผัดกะเพราเป็นเมนูแรกๆ เลยก็ว่าได้จนได้ชื่อว่าเป็นเมนูสิ้นคิดกันเลยทีเดียว แต่ประโยชน์ของกะเพรานั้นเรียกว่าไม่ธรรมดาเลยจริงๆ โดยกะเพราทั่วไปในบ้านเรามีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิด ได้แก่ กะเพราแดง และกะเพราขาว ซึ่งกะเพรานั้นเป็นพืชสมุนไพรที่อุดมไปด้วยฟอสฟอรัส, แคลเซียม และเหล็ก ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างยิ่ง ลักษณะทั่วไปของกะเพรา กะเพรา (Sacred basil, Holy basil) จัดเป็นพืชสวนครัวที่เป็นไม้ล้มลุกทรงพุ่มที่มีความสูงของลำต้นประมาณ 30 – 60 เซนติเมตร ซึ่งมีบริเวณโคนต้นค่อนข้างแข็ง โดยหากเป็นลำต้นของกะเพราขาวจะมีลำต้นสีเขียวแกมขาว แต่หากเป็นกะเพราแดงจะมีลำต้นสีแดงแกมเขียว พร้อมขนอ่อนๆ ขึ้นปกคลุมบริเวณยอด ส่วนใบนั้นจะมีลักษณะบริเวณขอบใบเป็นคลื่นๆ หรือคล้ายฟันเลื่อย มีขนาดเล็กออกมามายมายอยู่เต็มลำต้น โดยจะออกเป็นใบเดี่ยวรูปรีสีเขียว ส่วนบริเวณโคนใบจะแหลม และปลายใบออกแหลมหรือมน ส่วนบริเวณดอกกะเพราจะมีสีขาวอมแดงหรือม่วง ออกเป็นช่ออยู่ตามบริเวณปลายยอดของลำต้นแบบเป็นชั้นๆ ดูคล้ายกับฉัตร และผลจะเล็กๆ มีอยู่ทั้งหมด 4 ผลด้วยกัน โดยเป็นผลแห้ง พร้อมทั้งมีเมล็ดรูปไข่สีดำหรือน้ำตาลอยู่ภายในผล มีรสฉุนและร้อนที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของกะเพรา ซึ่งกะเพรานี้เป็นพืชสวนครัวที่สามารถปลูกขึ้นได้ง่ายมากๆ แถมปราศจากโรคหรือแมลงรบกวน ซึ่งเจริญเติบโตได้ดีโดยเฉพาะในช่วงหน้าฝน สามารถขยายพันธุ์ได้โดยการเพาะเมล็ด ประโยชน์และสรรพคุณของกะเพรา หากพูดถึงกะเพราหลายคนย่อมนึกไปถึงเอกลักษณ์ของกลิ่นหอมอย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งยังนำมาประกอบเมนูอาหารได้อย่างเลิศรสแสนอร่อย ทว่าขณะเดียวกัน ภายใต้กลิ่นหอมที่หลายคนคุ้นเคย ประโยชน์และสรรพคุณของกะเพรายังมีมากมายเหนือกว่าที่เราคิดไม่ถึง มาดูกันนะคะว่ามีอะไรบ้าง – ช่วยแก้อาการจุกเสียดหรือแน่นท้อง รวมทั้งช่วยขับลมได้ดี ทำให้รู้สึกสบายท้อง ไม่แน่นอึดอัดในระหว่างรับประทานหรือหลังรับประทานอาหาร – ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างดีมีประสิทธิภาพ สามารถย่อยอาหารต่างๆ ได้ ไม่ทำให้เกิดอาการท้องอืดหรือบวมจากอาหารไม่ย่อย – มีสรรพคุณจัดเป็นยาอายุวัฒนะประเภทหนึ่งของพืชสมุนไพรไทยที่ช่วยให้ผู้รับประทานมีสุขภาพที่ดี แข็งแรง และอายุยืน – ช่วยป้องกันและบรรเทาอาการหวัดได้ ทำให้ร่างกายเกิดความอบอุ่น – ช่วยแก้โรคธาตุพิการ รวมทั้งอาการตานขโมยในเด็ก – ช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียน หรือเวียนศีรษะ – ช่วยป้องกันและรักษาอาการหลอดลมอักเสบได้ – ช่วยขับลม รวมทั้งป้องกันและบรรเทาการเกิดแผลในกระเพาะอาหารที่ส่งผลให้เกิดอาการปวดท้องเรื้อรังตามมา – ช่วยแก้อาการปวดท้อง ท้องร่วง หรือท้องเสียได้ดี – ช่วยป้องกันและยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์บางประเภท และเชื้อโรคต่างๆ ในร่างกายได้ – ช่วยป้องกันและยับยั้งการก่อเกิดขึ้นของเซลล์มะเร็งต่างๆ ภายในร่างกายได้ดี เนื่องจากในกะเพรามีสารที่สามารถช่วยยับยั้งไม่ให้สารอะฟลาทอกซินหรือสารพิษที่เจือปนมากับอาหารเข้าสู่ร่างกายจนก่อเกิดเป็นมะเร็งได้นั่นเอง – […] Read more →

ประโยชน์และสรรพคุณของกระชาย

May 20, 2016 thaihealthy No comments

ประโยชน์และสรรพคุณของกระชาย สำหรับกระชายนั้นจัดได้ว่าเป็นพืชสมุนไพรที่หลายบ้านต่างมีติดครัวกัน โดยในประเทศไทยบ้านเราจะมีกระชายอยู่ 3 ชนิด ได้แก่ กระชายเหลือง, กระชายดำ และกระชายแดง ซึ่งแต่ละชนิดล้วนแต่มีสรรพคุณที่มีประโยชน์ต่อร่างกายของเราทั้งสิ้น โดยกระชายนั้นสามารถนำมาใช้ได้แทบทั้งต้นไม่ว่าจะเป็นราก, เหง้า หรือใบ เรียกว่าอุดมด้วยคุณค่าและรวยสรรพคุณอย่างยิ่งเลยทีเดียว ลักษณะทั่วไปของกระชาย กระชาย (Ghinese Ginger, Fingerroot) จัดเป็นพืชสมุนไพรที่อยู่ในวงศ์เดียวกันกับขิง มีแหล่งกำเนิดอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยกระชายจัดเป็นไม้ล้มลุกชนิดหนึ่งที่สามารถแตกหน่อได้ มีเหง้าสั้นๆ และรากที่อวบ ซึ่งจะมีลักษณะเป็นรูปทรงไข่หรือทรงกระบอกค่อนข้างยาว บริเวณปลายเรียว โดยมีความยาวของลำต้นอยู่ที่ประมาณ 4 – 10 เซนติเมตร มีสีน้ำตาลอ่อน ออกมาเป็นกระจุก โดยจะมีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของกระชาย ส่วนใบนั้นจะเป็นรูปทรงรีออกอยู่เหนือบริเวณพื้นดินเป็นใบเดี่ยวๆ ออกแบบเรียงสลับ โดยมีบริเวณขอบใบเรียบ โคนมนหรือแหลม และปลายแหลม ส่วนดอกของต้นกระชายนี้จะมีสีขาวอมชมพูอ่อนๆ หรืออาจมีสีขาว ออกเป็นช่อแบบช่อเชิงลดตามบริเวณยอดระหว่างกาบใบคู่ในสุด และผลนั้นเมื่อแก่แล้วจะแตกออกเป็นสามเสี่ยง พร้อมกับภายในมีเมล็ดค่อนข้างใหญ่อยู่ ประโยชน์และสรรพคุณของกระชาย – ช่วยบำรุงธาตุต่างๆ ภายในร่างกาย ช่วยให้มีสุขภาพที่ดีและแข็งแรง จัดเป็นยาอายุวัฒนะชนิดหนึ่ง – ช่วยแก้อาการวิงเวียนศีรษะ หรือเป็นลม รวมทั้งอาการเจ็บหรือแน่นหน้าอก – ช่วยเสริมสร้างบำรุงกำลังวังชาให้แก่ร่างกาย โดยเฉพาะในด้านสมรรถภาพทางเพศ ช่วยให้ไม่เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ หรือภาวะนกเขาไม่ขันได้ดี – ช่วยป้องกันอาการต่อมลูกหมากโต รวมทั้งอาการไส้เลื่อนในผู้ชาย ตลอดจนช่วยบำรุงมดลูกในผู้หญิงด้วย – ช่วยปรับความสมดุลของฮอร์โมนต่างๆ ภายในร่างกาย – ช่วยบำรุงกระดูกให้แข็งแรง ไม่เสี่ยงต่อภาวะกระดูกพรุนหรือเปราะหักง่าย และป้องกันภาวะกระดูกอ่อนเสื่อม – ช่วยบำรุงหัวใจ บำรุงสมอง และปรับระดับความดันโลหิตให้อยู่ในภาวะปกติ – ช่วยรักษาอาการปากแห้ง เป็นแผล หรือปากเปื่อย รวมทั้งฝ้าขาวในปาก – ช่วยรักษาอาการท้องเสีย หรือท้องร่วง ทำให้ระบบขับถ่ายเป็นปกติ ไม่เสี่ยงต่อโรคริดสีดวง หรือโรคในลำไส้ต่างๆ – ช่วยป้องกันการเกิดโรคกระเพาะ ทำให้กระเพาะสามารถทำงานได้เป็นปกติ – ช่วยให้สุขภาพผมแลหนังศีรษะแข็งแรง สามารถแก้ปัญหาผมบาง ผมหงอก และผมร่วงได้ – ช่วยดับกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์ต่างๆ ที่นำมาประกอบอาหารได้ดี แถมยังช่วยเพิ่มรสชาติความอร่อยให้แก่เมนูจานโปรดของคุณได้อีกด้วย – สามารถนำมาใช้เพื่อขับไล่แมลงต่างๆ ที่มารบกวนได้ – […] Read more →

หน้าขาวใส ด้วยสมุนไพร

February 25, 2015 admin No comments

หน้าขาวใส ด้วยสมุนไพร วิธีทำให้หน้าขาวเนียนใสนั้น สามารถทำได้หลากหลายวิธีด้วยกัน แต่จะทำให้หน้าขาวใสอย่างปลอดภัย จะต้องใช้วิธีทางธรรมชาติ หรือไม่การใช้วิธีทำให้หน้าขาวใสด้วยสมุนไพรนะคะ เพราะในพืชสมุนไพรนั้น จะมีวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อผิวเป็นจำนวนมาก จึงช่วยให้ผิวขาวได้ดี และยังอ่อนโยนต่อผิวอีกด้วย จึงเป็นวิธีทำให้ผิวขาวที่ได้ผลจริง และปลอดภัยนั่นเอง วันนี้เราจึงนำวิธีทำให้ผิวขาวด้วยสมุนไพรมาฝากเพื่อนๆกันค่ะ ใครอยากมีหน้าขาวเนียนใส พลาดไม่ได้เลยนะคะ 1. ขมิ้น                      ขมิ้น เป็นสมุนไพรหน้าขาว ที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนานเลยล่ะ และยังเป็นสมุนไพรที่จะทำให้ใบหน้าของคุณมีความเนียนนุ่มอีกด้วย โดยการทำให้หน้าขาวนั้น ให้คุณนำขมิ้นชันมาพอกหน้า ทิ้งไว้ 10-15 นาที แล้วล้างออก ทำเป็นประจำทุกวัน จะช่วยให้หน้าขาวเนียนใสได้ดี 2. แตงกวา                      แตงกวา เป็นสมุนไพรที่ช่วยในการบำรุงผิวหน้าได้เป็นอย่างดี และยังทำให้ผิวของคุณมีความชุ่มชื้นอีกด้วย โดยให้คุณนำแตงกวามาหั่นเป็นชิ้นๆ เสร็จแล้วนำไปแช่ช่องฟรีสไว้สัก 20 นาที แล้วนำมาวางให้ทั่วใบหน้าทิ้งไว้ 30-60 นาที แล้วแต่สะดวก ใบหน้าของคุณจะขาวใสและดูชุ่มชื้นขึ้นมากทีเดียวค่ะ 3. มะละกอ                      มะละกอ ผลไม้เพื่อความงาม คุณสามารถนำมะละกอมาทำให้ผิวขาวใสได้ ด้วยการ นำมะละกอสุกมาปั่นรวมกับนมสด แล้วนำมาพอกหน้าไว้ประมาณ 15นาที ทำบ่อยๆ อาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง ใบหน้าของคุณจะเรียบเนียนและขาวใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยล่ะ 4. ทานผลไม้บ่อยๆ                      วิธีนี้เป็นวิธีที่เบสิคสุดๆ เพียงแค่คุณทานผลไม้บ่อยๆ โดยเลือกทานผลไม้ที่มีวิตามิน E และวิตามินซีให้มากๆ เพราะวิตามิน E และ C จะช่วยบำรุงผิวของคุณให้ขาวใสได้นั่นเอง ไม่เพียงแต่ผิวหน้าเท่านั้นนะคะ แต่ยังช่วยบำรุงผิวทุกส่วนของร่างกายของคุณให้ขาวใสอีกด้วย อยากให้หน้าขาวใสอย่างเป็นธรรมชาติ และปลอดภัยที่สุด ต้องใช้วิธีทำให้หน้าขาว ด้วยสมุนไพร และพืชผลไม้นะคะ เพราะนอกจากจะทำให้หน้าของคุณเนียนใสแล้ว ยังช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ และยังช่วยป้องกันการเกิดสิวได้อีกด้วย นอกจากนี้ การดื่มน้ำมากๆ โดยดื่มให้ได้วันละ 2 ลิตรต่อวัน ก็ช่วยให้ผิวของคุณขาวเนียนใสได้เหมือนกันนะคะ และยังทำให้ผิวของคุณชุ่มชื้น รวมถึงทำให้ร่างกายของคุณมีความสมดุลอีกด้วย อยากผิวขาว ก็ต้องรู้จักดูแลผิวนะคะ เพียงแค่คุณดูแลผิวและบำรุงผิวอย่างถูกวิธี ผิวของคุณก็จะขาวเนียนใสแล้วล่ะค่ะ Read more →

เคล็ดลับดับกลิ่นกระเพาะปลาด้วยพืชสมุนไพร

October 10, 2014 admin No comments

เคล็ดลับดับกลิ่นกระเพาะปลาด้วยพืชสมุนไพร กระเพาะปลาสามารถนำมาทำอาหารได้หลากหลายเมนู แต่ปัญหาที่มักจะตามมากับกระเพาะปลาด้วยก็คือกลิ่นเหม็นหืนของน้ำมัน ทำให้อาหารที่ทำด้วยกระเพาะปลานั้นมีกลิ่นที่ไม่น่าทานเอาซะเลย  อีกทั้งกลิ่นน้ำมันที่ติดมากับกระเพาะปลาก็ไม่สามารถล้างให้หมดด้วยน้ำเปล่าอีกด้วย ไม่ว่าจะล้างสักกี่น้ำก็ตาม วันนี้เราจึงนำเคล็ดลับง่ายๆ ที่จะกำจัดกลิ่นกวนใจจากกระเพาะปลามาฝากกันค่ะ การจะกำจัดกลิ่นเหม็นหืนของน้ำมันที่กระเพาะปลาได้นั้น จะต้องอาศัยพืชสมุนไพร ที่เรียกว่า ขิง มาช่วย แต่จะต้องเป็นขิงแก่นะคะ เพราะขิงแก่มีฤทธิ์ในการกำจัดกลิ่นน้ำมันได้เป็นอย่างดี ซึ่งอันดับแรก คุณจะต้องแช่กระเพาะปลาในน้ำเปล่าให้นิ่มก่อนแล้วนำไปล้างน้ำทิ้งก่อน 1 รอบ บีบกระเพาะปลาให้สะเด็ดน้ำและนำไปต้มในน้ำร้อน  โดยให้หั่นขิงแก่และทุบพอแตกใส่ลงไปในหม้อด้วย เพื่อให้ขิงช่วยกำจัดน้ำมันที่เกาะแน่นอยู่กับกระเพาะปลาออก  เมื่อกระเพาะปลาพองได้ที่ ก็ให้นำมาล้างในน้ำเย็นอีก 2 ครั้ง  เพียงเท่านี้คุณก็จะได้กระเพาะปลาที่ไม่มีกลิ่นเหม็นหืน และสามารถนำไปประกอบอาหารได้สารพัดอย่างแล้วค่ะ Read more →

Scroll to Top