Tag: โรคมะเร็ง

รู้จักมะเร็ง สาเหตุและวิธีการรักษา

May 21, 2016 clonedbabies 3 comments

รู้จักมะเร็ง สาเหตุและวิธีการรักษา โรคมะเร็งเกิดจากความผิดปกติของเซลล์ในร่างกายที่มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว จนร่างกายไม่สามารถควบคุมได้ เซลล์เหล่านี้จึงลุกลามไปทั่วร่างกาย ทำให้เซลล์ปกติของเนื้อเยื่อหรืออวัยวะไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ และเมื่อเป็นมะเร็งที่อวัยวะสำคัญของร่างกาย ได้แก่ สมอง ปอด ตับ ไต กระดูก และไขกระดูก อวัยวะนั้นจึงทำงานล้มเหลวแล้วกลายเป็นสาเหตุของการเสียชีวิต สาเหตุการเกิดโรคมะเร็ง เนื่องจากการใช้ชีวิตและพฤติกรรมของคนไทยที่เปลี่ยนไปจากอดีต ไม่ว่าจะเป็นการบริโภคอาหารที่มีสารเร่งเนื้อแดง นิยมการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง แต่ขาดการบริโภคพืชผักผลไม้ การได้รับสารพิษจากมลภาวะ การใช้ยาฮอร์โมนเพศที่ต่อเนื่อง การสูบบุหรี่จัด หรือแม้แต่การดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำก็ตาม ล้วนเป็นอัตราเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งทั้งนั้น อาการของโรคมะเร็ง เราไม่สามารถสังเกตเห็นอาการเฉพาะของโรคมะเร็งได้อย่างแน่ชัด แต่ด้วยอาการบางอย่างของร่างกายที่ทำให้คาดเดาได้ว่าอาจจะเป็นมะเร็ง เช่น ต่อมน้ำเหลืองโตขึ้น การคลำเจอก้อนเนื้อที่โตเร็ว มีเสมหะหรือน้ำลายปนเลือดบ่อย ไอเรื้อรังหรือไอเป็นเลือด มีไข้สูงที่หาสาเหตุไม่ได้ ปวดศีรษะรุนแรงเรื้อรัง กล้ามเนื้อแขนขาอ่อนแรง น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วภายใน 6 เดือน ในสตรีอาจจะมีเลือดออกจากช่องคลอดผิดปกติ   ระยะการเป็นโรคมะเร็ง โรคมะเร็งแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ตามระดับความรุนแรงของโรค การลุกลาม และการแพร่กระจาย ได้แก่ระยะ 1 – 4 ส่วนโรมะเร็งระยะศูนย์ยังไม่อาจจัดว่าเป็นโรคมะเร็งได้ เพราะว่าเซลล์เพียงแค่ผิดปกติมีสถานะเป็นมะเร็ง แต่ยังไม่มีการรุกรานเข้าเนื้อเยื่อข้างเคียง ระยะที่ 1 : ก้อนเนื้อมีขนาดเล็กซึ่งยังไม่ลุกลาม ระยะที่ 2 : ก้อนเนื้อมีขนาดใหญ่ขึ้น เริ่มลุกลามเข้าอวัยวะหรือเนื้อเยื่อ ระยะที่ 3 : ก้อนเนื้อมีขนาดใหญ่ขึ้นมาก เริ่มลุกลามเข้าอวัยวะหรือเนื้อเยื่อข้างเคียง และลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลืองที่อยู่ใกล้อวัยวะหรือเนื้อเยื่อซึ่งเป็นมะเร็ง ระยะที่ 4 : ก้อนเนื้อมีขนาดโตมากและลุกลามเข้าอวัยวะหรือเนื้อเยื่อข้างเคียง จนทะลุถึงต่อมน้ำเหลืองที่อยู่ใกล้ก้อนเนื้อมะเร็ง อาจจะแพร่กระจายเข้ากระแสเลือดจนลุกลามไปถึงอวัยวะหรือเนื้อเยื่อที่อยู่ไกลออกไป วิธีรักษาโรคมะเร็ง โรคมะเร็งในปัจจุบันสามารถรักษาให้หายขาดได้ หากตรวจพบตั้งแต่ระยะที่ยังไม่ลุกลาม ซึ่งอาจจะใช้วิธีเดียวหรือหลายวิธีร่วมกัน ได้แก่ การใช้ยาประคับประคองตามอาการด้วยอายุรกรรมทั่วไป การผ่าตัด การฉายรังสี การใช้ยาเคมีบำบัด การใช้ยาฮอร์โมน ซึ่งการที่แพทย์จะเลือกใช้วิธีใดรักษานั้น ขึ้นอยู่กับระยะโรค ชนิดของเซลล์มะเร็ง ลักษณะเนื้อเยื่อหรืออวัยวะที่เป็น ผลทางพยาธิวิทยาหลังตัดชิ้นเนื้อต้องสงสัย อายุและสุขภาพของผู้ป่วย การดูแลตนเองเมื่อพบว่าเป็นโรคมะเร็ง เมื่อแพทย์วินิจฉัยโรคแล้วระบุว่าตนเองเป็นโรคมะเร็งจริงๆ สิ่งแรกที่ควรต้องทำคือ “ตั้งสติ” พูดคุยหรือปรึกษากับคนในครอบครัว หากมีโรคประจำตัวอื่นๆ ที่กำลังรักษาอยู่ก็ต้องแจ้งให้แพทย์ท่านนั้นทราบด้วย เพื่อที่จะได้จัดยาไปในแนวทางที่ถูกต้อง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเตรียมสุขภาพจิตใจให้ดีที่สุด ไม่ตีโพยตีพายถือโทษโกรธตัวเอง […] Read more →

10 โรคเสี่ยงของคนไทย ในปัจจุบันจากการสำรวจ

May 5, 2016 clonedbabies No comments

10 โรคเสี่ยงของคนไทย ในปัจจุบันจากการสำรวจ เมื่อการใช้ชีวิตประจำวันของคนไทยที่เปลี่ยนรูปแบบไปจากอดีตอย่างสิ้นเชิง พฤติกรรมต่างๆ ในแต่ละวันจึงก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อโรคภัยต่างๆ โดยไม่รู้ตัว ไม่ว่าจะเป็นการกิน การนอน การพักผ่อน หรือว่าการทำงาน ก็สามารถส่งผลกลายเป็นปัญหาเรื้อรังด้านสุขภาพ และเป็นภัยเงียบที่คร่าชีวิตคนไทยจำนวนมาก ถึงแม้ว่าโรคเหล่านี้จะมีทางรักษาได้ แต่การรู้เท่าทันแล้วป้องกันก่อนที่จะเป็นจึงดีที่สุด   โรคมะเร็ง มะเร็งเป็นโรคที่ครองแชมป์อันดับ 1 มานานมาก ซึ่งคนไทยเป็นโรคนี้จำนวนมากที่สุด ตามสถิติแล้วคนไทยเป็นโรคมะเร็งเพิ่มขึ้นถึง 70,000 คน และมีแนวโน้มที่จะมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี มะเร็งที่พบมากที่สุดคือ มะเร็งตับ รองลงมาคือมะเร็งลำไส้ใหญ่และมะเร็งปอด เป็นโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตประจำวันที่ไม่ถูกต้อง เช่น การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือสูบบุหรี่เป็นประจำ การรับประทานอาหารที่มีกากใยน้อย   โรคเบาหวาน โรคเบาหวานเกิดจากร่างกายที่สร้างฮอร์โมนอินซูลินออกมามากเกินไป จนทำให้ระดับน้ำตาลในโลหิตสูงผิดปกติ ตับอ่อนจึงทำงานได้ไม่เต็มที่ เป็นผลทำให้ร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลในโลหิตไปใช้ได้ หรือใช้ได้น้อยจนทำให้น้ำตาลตกค้างในโลหิตปริมาณสูง ซึ่งเราสามารถสังเกตได้ว่า ผู้ที่เป็นเบาหวานจะมีอาการปัสสาวะบ่อยและสีค่อนข้างเข้ม ถ้าทิ้งไว้สักพักจะมีมดมาตอมที่ปัสสาวะ อ่อนเพลียง่าย เป็นแผลแล้วหายยาก   โรคความดันโลหิตสูง คนปกติจะมีความดันอยู่ที่ประมาณ 120 / 80 มม.ปรอท แต่สำหรับผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง จะมีความดันสูงถึง 140 / 90 มม.ปรอท หรือสูงกว่านั้นมาก เกิดจากสาเหตุได้หลายอย่าง เช่น พฤติกรรมการรับประทานอาหารที่มีรสเค็มเป็นประจำ เกลือแร่และแคลเซียมทำงานไม่สมดุลกัน ความเครียด ผลข้างเคียงจากโรคเบาหวานและโรคอ้วน หรือแม้แต่การทานยาสเตียรอยด์บางชนิด   โรคอ้วนหรือน้ำหนักตัวเกิน ด้วยอาหารการกินที่หาได้ง่ายและมีรสชาติดีในยุคปัจจุบัน รวมถึงการใช้ชีวิตสมัยใหม่ที่ต้องทำงานตลอดเวลา จนทำให้ละเลยไม่ให้ความสนใจในการออกกำลังกาย จึงส่งผลให้ร่างกายมีน้ำหนักตัวที่มากขึ้น และอาจจะก่อให้เกิดโรคแทรกซ้อนได้ แต่บางรายเกิดจากการเผาผลาญพลังงานในร่างกายที่ผิดปกติ และอาจจะเป็นผลข้างเคียงจากยาบางชนิด   โรคหลอดเลือดหัวใจ เป็นอีกหนึ่งโรคที่คนไทยนิยมเป็นไม่แพ้โรคมะเร็ง ซึ่งมีอาการที่ไขมันไปเกาะจับผนังหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจจนตีบและแคบลง เมื่อหลอดเลือดมีอาการอักเสบแล้วเม็ดเลือดขาวมาซ่อมแซม เม็ดเลือดเหล่านี้จึงยิ่งไปอุดตันทางเดินเลือด พบมากในคนที่ชอบบริโภคอาหารที่มีไขมันสูง ไม่ค่อยออกกำลังกาย ปล่อยตัวให้มีน้ำหนักมาก สูบบุหรี่จัด และมีความเคร่งเครียดกับงานเสมอ โรคปอดเรื้อรัง ผู้ที่ป่วยเป็นโรคปอดเรื้อรังสามารถกลายเป็นโรคถุงลมโป่งพองได้ เกิดจากเซลล์เม็ดเลือดขาวที่เข้ามาอยู่ชั้นเยื่อบุและชั้นใต้เยื่อบุมากขึ้น ต่อมผลิตเมือกจะมีขนาดใหญ่ขึ้นและผลิตเมือกเข้าสู่หลอดลม จนทำให้เซลล์ที่มีหน้าที่กำจัดสิ่งสกปรกถูกเมือกเคลือบแล้วเข้าสู่หลอดลมจำนวนมาก จนทำให้ถุงลมถูกทำลายหายไป มักจะพบในผู้ที่สูบบุหรี่จัดๆ หรือหายใจรับควันพิษเป็นประจำ   วัณโรค โรคนี้เป็นโรคเรื้อรังที่สามารถติดต่อผู้อื่นได้ง่าย โดยเฉพาะสารคัดหลั่งต่างๆ ที่ออกจากร่างกาย และอาการจะทรุดลงอย่างรวดเร็ว หากผู้ที่เป็นนั้นสูบบุหรี่หรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จัด โรคนี้เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชื่อว่า “มายแบคทีเรียม […] Read more →

13 สมุนไพรไทยป้องกันมะเร็ง ต้านโรคร้ายได้เยี่ยม เปี่ยมสรรพคุณทางยาสูง !

May 1, 2016 clonedbabies No comments

13 สมุนไพรไทยป้องกันมะเร็ง ต้านโรคร้ายได้เยี่ยม เปี่ยมสรรพคุณทางยาสูง ! โรคมะเร็ง เป็นโรคที่คร่าชีวิตคนเราได้สูงอันดับหนึ่ง ด้วยเหตุนี้ เราจึงต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตใหม่ให้ห่างไกลจากมะเร็งร้าย โดยเฉพาะการเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกาย และนอนพักผ่อนให้เพียงพอ แต่ในส่วนของการต่อต้านหรือรักษามะเร็งในแบบธรรมชาติ วันนี้เราก็ไม่พลาดอีกเช่นเคยกับการนำสมุนไพรไทยป้องกันมะเร็งได้มาฝาก มีอะไรบ้าง มาดูกันค่ะ 1.ฟ้าทะลายโจร (Andrographis Paniculata) ฟ้าทะลายโจร สมุนไพรที่มีรสขม มีคุณสมบัติทางยาหลายด้าน ซึ่งชาวอินเดียใช้ฟ้าทะลายโจรเพื่อการรักษาโรคไทฟอยด์ แก้อาการอักเสบ แก้ไข้มาลาเรีย ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน และยังมีสาร Andrographolide ซึ่งเป็นสารสำคัญที่ช่วยยับยั้งการเกิดเซลล์มะเร็งได้หลายชนิดอีกด้วย 2.มะตูม (Aegle Mermelos) มะตูมเป็นสมุนไพรที่มีสารยับยั้งโรคมะเร็งต่อมไทรอยด์ (Thyroid Cancer) ได้ อีกทั้งยังมีฤทธิ์ในการยับยั้งเชื้อไวรัสและช่วยต่อต้านการอักเสบได้ด้วยเช่นกัน 3.ใบบัวบก (Centella Asiatica) ใบบัวบกผักสมุนไพรที่มีสาร Asiaticoside โดยสารดังกล่าวนี้มีส่วนช่วยให้แผลเรื้อรังหายเร็วยิ่งขึ้น และยังช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย โดยทางประเทศบราซิลมักนิยมนำบัวบกมาใช้รักษามะเร็งมดลูก 4.ว่านหางจระเข้ (Aloe Vera) ว่านหางจระเข้ เป็นสมุนไพรเลื่องชื่อที่ได้รับความนิยมในการนำมาใช้ด้วยกันหลายด้าน ตั้งแต่เรื่องสุขภาพและการเสริมความงาม สำหรับการรักษามะเร็งนั้น เนื่องจากว่านหางจระเข้มีสาร Aloe-Emodin ที่มีคุณสมบัติในการกระตุ้น Macrophage ให้กำจัดเซลล์โรคมะเร็งได้ และยังมี Acemannan ที่มีส่วนกระตุ้นภูมิคุ้มกัน นอกจากนี้แล้ว ว่านหางจระเข้ยังสามารถกระตุ้นเซลล์ปกติภายในร่างกายให้ยังคงมีการเจริญเติบโตขึ้นได้อย่างต่อเนื่องเป็นปกติ และยังช่วยยับยั้งไม่ให้เซลล์มะเร็งร้ายสามารถเจริญเติบโตได้อีกด้วย 5.ขมิ้น (Curcuma Longa) ขมิ้น สมุนไพรสีเหลืองที่มี Curoumin เป็นสารสำคัญต่อร่างกาย เพราะสามารถออกฤทธิ์ในการต่อต้านการออกซิไดซ์และต้านอาการอักเสบรุนแรงโดยจะช่วยฆ่าเซลล์มะเร็งได้หลายชนิด เช่น มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งลำไส้เล็ก มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งรังไข่และมะเร็งผิวหนัง นอกจากนี้แล้ว ขมิ้นยังมีฤทธิ์ต้านเชื้อไวรัส แบคทีเรียและเชื้อราได้เป็นอย่างดี 6.ดีปลี (Piper Longum) ดีปลีมี Piperine ซึ่งมีฤทธิ์ในการต่อต้านการออกซิไดซ์ทั้ง in Vitro และ in Vivo จึงนิยมนำมาใช้เป็นส่วนประกอบในตำรับยารักษาโรคมะเร็งของทางด้านอายุรเวท 7.ลูกใต้ใบ/หญ้าใต้ใบ (Phyllanthus Niruri/Amaus) สมุนไพรลุูกใต้ใบ ถือเป็นที่รู้จักว่าเป็น Stonebreaker ทั้งยังได้รับความนิยมนำมาใช้รักษาสุขภาพอย่างแพร่หลายทั่วโลกโดยสามารถรักษาได้ทั้งโรคในระบบทางเดินปัสสาวะและน้ำดี โรคตับอักเสบ โรคหวัด วัณโรคและโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสชนิดอื่นๆ 8.หญ้างวงช้างดอกขาว (Heliotropium indicum) แพทย์ทางอายุรเวทมักนิยมใช้ใบหญ้างวงช้างดอกขาวมารักษาโรคลมพิษ […] Read more →

ฟักข้าว ผลไม้จากสวรรค์ ต้านมะเร็ง ชะลอวัย ใครเป็นโรคหัวใจเข้ามาอ่านเลย

February 11, 2015 admin No comments

ฟักข้าว ผลไม้จากสวรรค์ ต้านมะเร็ง ชะลอวัย ใครเป็นโรคหัวใจเข้ามาอ่านเลย ฟักข้าว เป็นอีกพืชไม้เลื้อยอีกชนิดหนึ่งที่ผมอยากปลูกเป็นอย่างยิ่ง และกำลังหามาปลูก เพราะฟักข้าวมีสรรพคุณเหลือเชื่อเชื่อจนมีคนขนานนามว่าเป็น “ผลไม้จากสวรรค์” (Fruit of Heaven) ที่มาของสมญานามไม่ได้มาง่ายๆอย่างแน่นอน ด้วยคุณสมบัติทางยาของฟักข้าว ตั้งแต่รากจนถึงยอด ล้วนมีสรรพคุณทางยาล้วนๆ มารู้จักฟักข้าวกันเลย ฟักข้าวคืออะไร? ฟักข้าว เป็นไม้เลื้อย เป็นเถาเลื้อยไปได้ทุกที่ ฟักข้าวนี้มีชื่อเรียกกันต่างไป เช่น คนปัตตานีเรียกฟักข้าวว่า ขี้กาเครือ ผักข้าว คนทางเหนือเรียกมะข้าว ซึ่งมีการเรียกแตกต่างกันออกไป Read more →

มะรุม สรรพคุณลดไขมันป้องกันโรคมะเร็ง

October 2, 2014 admin No comments

มะรุม สรรพคุณลดไขมันป้องกันโรคมะเร็ง “มะรุม” เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางที่ถูกปลูกไว้ในบริเวณบ้านไทยมาแต่โบราณ กินได้หลายส่วนทั้งยอด ดอก และฝักเขียว แต่ใครๆ ก็นิยมกินฝักมากกว่าส่วนอื่นๆ ต้นมะรุมพบได้ทุกภาคใน ประเทศไทย ทางอีสานเรียก “ผักอีฮุม หรือผักอีฮึม” ภาคเหนือเรียก “มะค้อม- ก้อน” ชาวกะเหรี่ยงแถบกาญจนบุรีเรียก “กาแน้งเดิง” ส่วนชาวฉานแถบแม่ฮ่องสอนเรียก “ผักเนื้อไก่” เป็นต้น มะรุมมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Moringa oleifera Lam. วงศ์ Moringaceae เป็นพืชกำเนิดแถบใต้เชิงเขาหิมาลัย มะรุม เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูง ๓-๔ เมตร ทรงต้นโปร่ง ใบเป็นแบบขนนกคล้ายกับใบมะขามออกเรียงแบบสลับ ผิวใบด้านล่างสีอ่อนกว่าด้านบน ดอกออกเป็น ช่อสีขาว ดอกมี ๕ กลีบ ฝักมี ความยาว ๒๐-๕๐ เซนติเมตรลักษณะเหมือน ไม้ตีกลอง เป็นที่มาของชื่อต้นไม้ตีกลองในภาษาอังกฤษ (Drumstick Tree) เปลือกฝักอ่อนสีเขียวมีส่วนคอดและส่วนมนเป็นระยะตามความยาวของฝัก เปลือกฝักแก่มีสีน้ำตาล เมล็ดมีเยื่อหุ้มลักษณะกลมมีสีน้ำตาล เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๑ เซนติเมตร เมล็ดแก่สามารถบีบน้ำมันออกมากินได้ Read more →

ปรับสมดุลลำไส้ พิชิตมะเร็งลำไส้ใหญ่

August 15, 2014 admin Comments Off on ปรับสมดุลลำไส้ พิชิตมะเร็งลำไส้ใหญ่

ปรับสมดุลลำไส้ พิชิตมะเร็งลำไส้ใหญ่ มีข้อมูลที่ได้จากการวิจัยว่า คนที่ชอบกินอาหารที่อุดมด้วยไขมันและเนื้อสัตว์สูงนั้น จะถ่ายอุจจาระประมาณวันละ 3-4 ออนซ์เท่านั้น และใช้เวลาให้อาหารเดินทางตั้งแต่ใส่เข้าปากจนออกมาเป็นอุจจาระถึง 2-3 วันทีเดียว ถ้ามีกากอาหารตกค้างและบูดเน่า อาจมีอาการแสดงเช่น ท้องอืด แน่น เหม็นเปรี้ยว ถ่ายไม่ปกติ ส่วนคนที่ชอบกินผักผลไม้มาก ๆ คือชอบอาหารประเภทเส้นใย จะถ่ายอุจจาระวันละประมาณ 13-17 ออนซ์ และใช้เวลาให้อาหารเดินทางออกมาเพียงประมาณ 20-30 ชั่วโมง ลำไส้ใหญ่ เป็นส่วนที่สะสมกากอาหารและช่วยดูดซึมน้ำและสารอาหารพวกวิตามิน เกลือแร่จากกากอาหารที่เหลือจากการดูดซึมของลำไส้เล็ก กากอาหารที่ดูดซึมแล้วจึงมีลักษณะค่อนข้างเหนียวข้น และในที่สุด ลำไส้จะขยับรัดตัวไล่ให้กากอาหารให้เคลื่อนตัวออกไปให้พ้นจากร่างกาย หากมีอะไรที่ไม่ดี เป็นอันตรายต่อผนังลำไส้ที่มีหน้าที่ดูดซับผ่านมา ลำไส้ก็จะป้องกันตัวเองด้วยการผลิตเมือกปิดกั้นผนังไว้ไม่ให้ระคายเคือง ถ้าขืนเรายังใส่ของไม่ดีให้ร่างกายต่อไป ร่างกายก็จะสร้างเมือกนี้ไปเรื่อยๆ มากขึ้นๆ จนอาจเหลือทางให้กากอาหารเดินผ่านแคบลง และทำให้ระคายเคือง ผนังลำไส้ก็จะปูดออก เกิดการหมักหมม กลายเป็นอาการลำไส้อักเสบได้ และเมื่ออักเสบมากขึ้นก็ย่อมเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็ง Read more →

Scroll to Top