Tag: นิทานอีสป

นิทานอีสป เรื่อง ลากับจักจั่น

July 17, 2012 nithan No comments

นิทานอีสป เรื่อง ลากับจักจั่น ลาตัวหนึ่ง ได้ยินจักจั่นร้องเสียงไพเราะจับใจ จึงคิดอยากจะเสียงดีอย่างนั้นบ้าง มันพยายามตีสนิทและสอบถามว่าจักจั่นกินอะไรจึงเสียงดี “พวก เรากินน้ำ ค้างยังไงล่ะ” จักจั่นบอกกับลานับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาลาก็ไม่ยอมกินอาหารอื่นๆ นอกจากคอยเลียแต่น้ำค้างบนยอดหญ้าเท่านั้น ร่าง กายจึงผ่ายผอมและในที่สุดก็หิวจนเป็นลมตาย คติสอนใจจากนิทานอีสปเรื่องนี้: “สิ่งที่มีคุณประโยชน์สำหรับคนหนึ่ง อาจเป็นโทษสำหรับอีกคนหนึ่ง ผู้มีสติปัญญาควรรู้จักการเลือกสรรแยกยะ”   Read more →

นิทานอีสป เรื่อง แมวกับหนู

July 17, 2012 nithan No comments

นิทานอีสป เรื่อง แมวกับหนู แมวชราตัวหนึ่งไร้เรี่ยวแรงที่จะนับหนู มันพยายามหาอุบายล่อให้หนูเข้ามาใกล้ๆจะได้จับกินโดยง่าย ด้วยการเก็บอุ้งเล็บที่เท้าทั้งสี่ เอาไว้อย่างมิดชิด นอนแนบตัวอยู่กับพื้นเหมือนกับซากกระต่ายที่ตายแล้ว “มาดูกระต่ายตัวนี้ซิ” หนูตัวหนึ่งแกล้งกล่าวกับเพื่อนๆของมันด้วยเสียงอันดัง “ทายได้เลยว่าเมื่อเราเข้าไปใกล้ มันจะไม่ยอมนอน เฉยเหมือนที่กำลังเป็นอยู่ในเวลานี้” คติสอนใจจากนิทานอีสปเรื่องนี้: “ผู้มีสติปัญญาและความรอบคอบย่อมไม่หลงในอุบายของศัตรู”   Read more →

นิทานอีสป เรื่อง หมาจิ้งจอก หมาป่าและม้า

July 17, 2012 nithan No comments

นิทานอีสป เรื่อง หมาจิ้งจอก หมาป่าและม้า หมาจิ้งจอกตัวหนึ่งอายุยังน้อย แม้จะมีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว แต่เนื่องจากมีประสบการณ์ไม่มากนัก เมื่อได้พบม้าเป็น ครั้งแรกมันจึงไม่รู้จัก “ข้าพบสัตว์อะไรก็ไม่รู้ ตัวมันสูงใหญ่สง่างามแต่กินหญ้าเป็นอาหาร” หมาจิ้งจอกวิ่งมาบอก กับหมาป่า เพื่อนของมันซึ่งอยู่ในวัยไล่ๆกัน “รูปร่างหน้าตามันเป็นอย่างไรล่ะ” หมาป่าซัก “บอกไม่ถูกหรอก เจ้าตามข้าไปดูเอาเองดีกว่า” เมื่อหมาจิ้งจอกพาเพื่อนของมันมาพบกับม้า ตอนแรกม้าตกใจจะวิ่งหนี แต่เมื่อได้ ยินเสียงเรียกจึงหยุดยืนรั้งรออยู่เพื่อดูท่าที “ท่านมีชื่อเรียกเผ่าพันธุ์ว่าอย่างไร” หมาจิ้งจอกเอ่ยถาม “ช่วยบอกให้เรารู้หน่อย เถอะ” ม้าแสยะยิ้มเพราะเมื่อได้ยินคำถามก็รู้ว่าทั้งสองยังไม่ค่อยเดียงสานัก “ชื่อของข้าน่ะรึ มาดูใกล้ๆเท้านี่ซิ ช่างทำเกือกม้าได้ สลักชื่อของข้าไว้ตรงนี้ไง” เมื่อเห็นม้ายกเท้าขึ้น หมาจิ้งจอกเกรงอันตรายจึงหันไปกล่าวกับหมาป่าผู้เป็นสหายว่า “ฉันยังไม่ได้ เข้าโรงเรียนเลย เธออ่านหนังสือเก่งไม่ใช่หรือ ลองเข้าไปอ่านหน่อยซิ” “อ้อ ได้เลย ฉันนะสอบได้ที่ 1 เป็นประจำเชียวน่ะ” หมา ป่ากล่าวอย่างภาคภูมิ เดินยืดไหล่ชูคอเข้าไปอย่างสง่างาม แต่ทันใดนั้นมันก็ถูกม้าใช้เท้าถีบเข้าใส่อย่างแรงแล้ววิ่งหนีไป “เพื่อนเอ๋ย หมาจิ้งจอกเข้ามาดูอาการหมาป่าผู้โชคร้าย “คราวหลังก็ระมัดระวังตัวให้มากกว่านี้หน่อยนะ” คติสอนใจจากนิทานอีสปเรื่องนี้: “คนฉลาดอาจยอมทำตัวเป็น ผู้โง่เขลาในบางสถานการณ์ แต่คนโง่มักอวดตัวว่าฉลาดทุกเวลา”   Read more →

นิทานอีสป เรื่อง คนเรือแตกกับกวี

July 17, 2012 nithan 1 comment

นิทานอีสป เรื่อง คนเรือแตกกับกวี ซีโมนิดเป็นกวีผู้มีชื่อเสียงของนครเอเธนส์ ครั้นหนึ่งเขาได้ร่วมคณะกับผู้ที่เดินทางไปยังนครแห่งหนึ่งในทวีเอเซียเพื่อชมความ รุ่งเรือง ซีโมนิดได้แต่งบกกวีสดุดีวีรชนของนครแห่งนั้นจนเป็นที่โปรดปรานของเจ้านครจึงได้รับรางวัลทรัพย์สินเงินทองเป็นอัน มากอยู่ต่อมาไม่นานซีโมนิดเกิดคิดถึงบ้านที่เกาะซีออส ซึ่งอยู่ในประเทศกรีก เขาได้รวบรวมทรัพย์สมบัติเท่าที่มีอยู่แล้วโดยสาร เรือเดินทะเลมุ่งหน้าสู่บ้านเกิด แต่ระหว่างทางขณะเรือแล่นอยู่ใกล้ฝั่งทะเลเมืองคลาซอมมีนา ได้เกิดพายุอย่างรุนแรงจนเรือ ซึ่งมี สภาพเก่าไม่อาจทนแรงกระแทกของคลื่นขนาดใหญ่ได้ทำท่าจะอับปาง ผู้โดยสารคนอื่นๆต่างเตรียมเก็บทรัพย์สินของตน ยกเว้น แต่ซีโมนิดเพียงคนเดียวเท่านั้น “ท่านจะปล่อยให้ทรัพย์สินเงินทองจมน้ำไปพร้อมกับเรืออย่างนั้นหรือ” ผู้โดยสารคนหนึ่งเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ “ใช่…” ซีโมนิดพยักหน้า “เพราะขืนนำไปด้วยก็จะเป็นภาระ ทรัพย์สินอันมีค่าที่สุดของข้าพเจ้ามีอยู่ในตัวแล้ว ตอนนี้ขอเพียงหา แผ่นไม้ให้ได้สักแผ่นเพื่อพยุงตัวว่ายเข้าฝั่งให้ได้เท่านั้น” เมื่อเรื่องแตก ผู้โดยสารหลายคนจมน้ำตายเพราะไม่ยอมทิ้งสมบัติ ส่วนผู้ที่เข้าถึงฝั่งได้ก็ถูกพวกโจรแย่งชิงทรัพย์สินไปหมดสิ้น เมื่อชาวเมืองคลาซอมมีนามาให้ความช่วยเหลือผู้รอดชีวิตและรู้ว่าซีโมนิดคือกวีเอกของกรุงเอเธนส์ ซึ่งพวกเขาเคยอ่านและชื่น ชมในผลงาน ต่างก็ให้การต้อนรับและจัดหาบ้านพักให้เป็นอย่างดี ในขณะที่ผู้โดยสารคนอื่นๆต้องอดอยากหิวโหย ได้แต่ขออาหาร ชาวบ้านกินเพื่อประทังชีวิตไปวันๆ เท่านั้น คติสอนใจจากนิทานอีสปเรื่องนี้: “สมบัติ ภายในคือวิชาความรู้ความสามารถ ย่อมมีค่ามากกว่าทรัพย์สินเงินทอง ซึ่งเป็นสมบัติภายนอก เพราะเราสามารถนำติดตัวไปทุกหนทุกแห่งและไม่มีใครแย่งชิง” Read more →

นิทานอีสป เรื่อง หญิงชรากับโถเหล้าองุ่น

July 17, 2012 nithan No comments

นิทานอีสป เรื่อง หญิงชรากับโถเหล้าองุ่น หญิงชราคนหนึ่งเดินมาพบโถเหล้าองุ่นที่วางเปล่าโถหนึ่งถูกทิ้งวางอยู่ข้างถนนกลิ่นเหล้าองุ่นที่ยังหลงเหลือติดอยู่เล็กน้อยโชย กระทบเข้าจมูก หญิงชราจึงเดินเข้าไปหยิบโถเหล้าองุ่นขึ้นสูดดมอย่างเต็มกำลังพร้อมหายใจเข้าปอดด้วยความสดชื่น“เออ หนอ..”หญิงชรารำพังกับตนเอง“แม่แต่โถเปล่ายังให้ความหอมถึงเพียงนี้ถ้ามีเหล้าองุ่นบรรจุอยู่จะหอมหวานสักเพียงใดนิทานเรื่อง นี้สอนให้รู้ว่าผู้ที่สร้างคุณงามความดีเอาไว้แม้จากโลกนี้ไปแล้วก็ยังมีคุณค่าที่ใครๆต่างระลึกถึงเหมือนดังเหล้าองุ่นที่ทิ้งกลิ่นอัน หอมหวานไว้ในโถ คติสอนใจจากนิทานอีสปเรื่องนี้: “ผู้ที่สร้างคุณงามความดีเอาไว้แม้จากโลกนี้ไปแล้วก็ยังมีคุณค่าที่ใครๆต่างระลึกถึงเหมือนดังเหล้าองุ่นที่ทิ้งกลิ่นอันหอมหวานไว้ในโถ”   Read more →

นิทานอีสป เรื่อง ช่างทำโลหะกับสุนัข นิทานอีสปเรื่องช่างทำโลหะกับสุนัข

July 17, 2012 nithan 1 comment

นิทานอีสป เรื่อง ช่างทำโลหะกับสุนัข  นิทานอีสปเรื่องช่างทำโลหะกับสุนัข ช่างทำโลหะคนหนึ่งตีทองเหลืองเสียงดังโปกเปกอยู่ในห้องทำงานของตน โดยมีสุนัขที่เลี้ยงไว้นอนหลับปุ๋ยในบริเวณใกล้ๆกันนั้น ครั้นถึงเวลาเที่ยงช่างทำโลหะหยุดงานเพื่อรับประทานอาหาร สุนัขของเขาก็ตื่นขึ้นมายืนเคล้าเคลียและกระดิกหางอย่างประจบ ช่างทำโลหะโยนเศษกระดูกให้พร้อมกับกล่าวว่า “เสียงเคี้ยวอาหารของข้า คงดังกว่าเสียงตีทองเหลืองซินะ เจ้าจึงต้องตื่นขึ้นมา ในเวลานี้ คติสอนใจจากนิทานอีสปเรื่องนี้: “แม้คนเกียจคร้านที่สุดในโลก ก็ยังขยันเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ของตน” Read more →

นิทานอีสป เรื่อง สามช่างซ่อมกำแพง

July 17, 2012 nithan No comments

นิทานอีสป เรื่อง สามช่างซ่อมกำแพง ณ นครแห่งหนึ่ง เมื่อได้ข่าวข้าศึกกำลังจะยกทัพมาตีเมืองเหล่าอำมาตย์ราชมนตรีต่างร่วมประชุมปรึกษาหารือ เพื่อหาทางป้องกัน และซ่อมกำแพงเมืองให้แข็งแรง มนตรีที่มาจากช่างก่ออิฐแนะนำให้ใช้อิฐก่อกำแพงมนตรีที่มาจาก ช่างไม้แนะนำให้ใช้ไม้ซุงเพราะ เชื่อว่าน่าจะแข็งแรงกว่าอิฐ ส่วนมนตรีที่มาจากช่างทำหนังแนะนำใช้หนังสัตว์สร้าง กำแพงเพราะหนังมีความเหนียวแน่น คติสอนใจจากนิทานอีสปเรื่องนี้: “ผู้มีความถนัดรอบรู้เชี่ยวชาญในด้านใดก็มักจะมีความคิดเห็นไปทางนั้น” Read more →

นิทานอีสป เรื่อง อูฐกับลิง

July 17, 2012 nithan No comments

นิทานอีสป เรื่อง อูฐกับลิง นงานเลี้ยงรื่นเริงของบรรดาสารพัดสัตว์นั้น สัตว์ต่างๆนั้น พากันลุกขึ้นมาเต้นรำอวดเพื่อนๆ ด้วยทาทางแปลกๆเป็นที่สนุกสนาน พวกลิงก็ออกมาโชว์ลีลาท่าเต้น เหล่าผู้ร่วมงานก็พากันปรบมือชื่นชอบเป็นการใหญ่ เมื่อเห็นท่าทางกระโดดโลดเต้นอย่างคล่อง แคล่วว่องไวของพวกลิงที่โดดเด่นกว่าสัตว์ตัวอื่นๆ ในงานนั้นมีอูฐอยู่ตัวหนึ่งซึ่งมาร่วมสังสรรค์ด้วย อูฐเห็นลิงเต้นจนเป็นที่ฮือฮาของเพื่อนๆ จึงคิดว่าตนเองก็สามารถเต้นโชว์ให้ เพื่อนพ้องน้องพี่ชื่นชอบได้เช่นกัน เมื่อคิดดังนั้นอูฐก็ลุกขึ้นมาเต้นกลางงานบ้าง แต่ว่ารูปร่างอันใหญ่โตเทอะทะจึงทำให้มันเต้นอย่างเงอะงะงุ่มง่าม จนเพื่อนๆต้องพา กันหยิบท่อนไม้และก้อนหินมาขว้างปาเพื่อไลให้มันออกไปจากงาน ด้วยเพราะรำคาญจนหมดสนุกกันไปทั้วๆ คติสอนใจจากนิทานอีสปเรื่องนี้: “ความสามารถของเเต่ละคนย่อมแตกต่างกันไป บางอย่างถ้าเราทำไม่ได้ก็ไม่ต้องพยายามทำ นิ่งอยู่เฉยๆ ยังดีกว่าและย่อมไม่มีอะไรเสื่อมเสีย” Read more →

นิทานอีสป เรื่อง ห่านผู้โง่งม

July 17, 2012 nithan No comments

นิทานอีสป เรื่อง ห่านผู้โง่งม ห่านอธิบายให้นกกระเรียนฟังว่า การที่ตนชอบลอยอยู่ในสระน้ำก็เพราะจะได้อาหารกินอย่างสะดวกและสามารถดำหลบนี้พวกเยี่ยว ได้ทุกเมื่อ นกกระเรียนจึงคุยว่าตนสามารถคุ้มกันห่านได้ เพราะตนมีเรี่ยวแรงกำลังเหนือกว่าเยี่ยว ห่านไม่ไตร่ตรองเสียก่อนที่จะเชื่อ และขึ้นจากสระน้ำไปหากินกับนกกระเรียนบนบก ขณะนั้นเยี่ยวบินผ่านมาเห็นเข้าจึงบินโฉบลงมาและคาบคอห่านไปกินฝ่ายนก กระเรียนก็รีบบินนี้เอาตัวรอด ทั้งๆ ที่ห่านร้องให้ช่วยอย่างน่าเวทนา คติสอนใจจากนิทานอีสปเรื่องนี้: “ควรไตร่ตรองให้ดีเสียก่อนที่จะตัดสินใจ”   Read more →

นิทานอีสป เรื่อง นกมีหูหนูมีปีก

July 17, 2012 nithan No comments

นิทานอีสป เรื่อง นกมีหูหนูมีปีก นานมาแล้วสมัยหนึ่ง พวกสัตว์สีเท้ากับพวกนกสัตว์ปีกนั้นเกิดการทะเลอะเบาะแว้งแบ่ง พวกแบ่งพ้องกันขึ้น สัตว์ทั้งสองชนิดได้เถียงกันขึ้นมาครั้งหนึ่งว่า ” สัตว์สีเท้ากับพวก นกที่มีปีกใครเก่งกาจกว่ากัน ” หัวหน้าฝูงของสัตว์สี่เท้ารีบตอบขึ้นอย่างไม่ต้องคิดว่า ” พวกเราสิ ท่าน แน่นอนต้องเหนือกว่า ” หัวหน้าพวกสัตว์ปีกเมื่อได้ฟังดังนั้น จึงด้วยความโมโห ” ถ้าอย่างนั้น ก็ต้อง ต่อสู้กันดูสักตั้งก่อนสิ ถึงจะรู้ จะมาพูดง่าย ๆว่าเหนือกว่าได้ยังไงเล่า? ” แย่แล้วหละ…สงครามระหว่าง สัตว์ทั้งสองชนิดจึงเกิดขึ้นมาในทันที….ค้างคาวซึ่งเป็นสัตว์ที่มีส่วนผสม อยูในตัวหลายอย่างหลายพันธุ์ และเจ้าเล่ห์แสนกลจึงจำเป็นต้องคิดหนักและตกลงใจไม่ได้ว่าจะเข้าเป็นพวกใด ดี…แต่ด้วยความฉลาด ของมัน มันจึงเฝ้ามองดูเหตุการณ์อยู่ห่าง ๆและรอจังหวะ   เมื่อสัตว์สี่เท้าและสัตว์ปีกสู้รบกันมา ได้สักพักผลก็ปรากฏดูเหมือนว่า สัตว์สี่เท้าดูท่าทางว่าจะชนะ เสียแล้วจริง ๆงานนี้ เจ้าค้างคาวเมื่อเห็นเช่นนั้น ก็รีบเข้าไปหาหัวหน้าของสัตว์สี่เท้าทันที และเมื่อหัวหน้าของสัตว์สี่เท้าเห็นค้างคาวเข้า ” เจ้ากล้าดียังไง อ้ายพวกนกมีปีกถึงได้มาให้ข้า เห็นตัวได้อย่างนี้หือ ” มันตวาด ” ไม่รู้หรือว่าข้าน่ะเกลียดพวกนกสัตว์ปีกเป็นที่สุด เจ้าเป็นพวกนกนี่หว่า ใช่ไหม? สารภาพความจริงออกมานะ ” เจ้าค้างคาวจึงตอบว่า ” ขอโทษทีเพื่อน ไม่ดูตาม้าตาเรือ ให้ดีเอาเสียเลยนะ ข้าเป็นหนูใช่นกที่ไหนกันล่ะ นกมีหูอย่างข้าหรือไง…ขอให้พวกนกจงพินาจ…ขอให้ พวกสัตว์สีเท้าอย่างพวกหนูจงเจริญ ” ข้าเต็มใจและขอร่วมกับพวกท่านต่อสู้กับพวกนกด้วยแล้วกัน ” มันพูดเอาตัวรอดไปได้อย่างฉลาดทีเดียว แต่การต่อสู้กลับเกิดการพลิกล๊อกขึ้นมา อย่างกระทันหัน ด้วยพวกสัตว์ปีกเกิดฮึดสู้ตายขึ้นมา และมีผลว่าจะเป็นฝ่ายชนะเอาเสียด้วย…เจ้าค้างค้าวที่มีนิสัยชอบกลับกลอกเป็น ทุนเดิมตามนิสัย อยู่แล้วเมื่อมันเห็นดังนั้น จึงกลับใจรีบไปเข้าฝ่ายสัตว์ปีกเฉยเลย…มันย่องเข้าไปหาหัวหน้าสัตว์ปีก ทันที “เจ้ามาหาข้าที่นี่ทำไมฝะ เจ้าเป็นหนูพวกสัตว์สีเท้าไม่ใช่หรือ? ” เจ้าค้างคาวรีบโวยวาย เป็นการใหญ่ ” โธ่ ๆๆนี่พวกท่านละเห็นนี่ไหม? ข้าไม่ใช่หนูสัตว์สี่เท้าหรอก ข้าน่ะเป็นสัตว์ปีก เห็นไหม นี่ไงปีกของข้า…ข้าจะมาช่วยพวกท่านต่อสู้กับพวกสัตว์สี่เท้าไง…ขอให้พวกหนู สัตว์สี่เท้าจงพินาจ ขอให้พวกนกสัตว์ปีกจงเจริญ ” ดูสิเจ้าค้างคาวมันพูดเอาตัวรอดไปได้อย่างน้ำขุ่น ๆเลยหละ การสู้รบเกิดขึ้นต่อมาอีกหลายวัน…จนใน ที่สุด พวกสัตว์สี่เท้าและสัตว์ปีกก็เกิดเหน็ดเหนื่อยขึ้นมาด้วยกัน ทั้งสองฝ่าย…ด้วยไม่มีฝ่ายใดที่จะยอมแพ้กันสักที พวกสัตว์ต่าง ๆต้องล้มตายกันไปเป็นจำนวนมาก ทั้งสองฝ่ายจึงคิดและหันหน้ากลับมาตกลงใจปองดองกันอย่างเก่าอีกครั้ง… แต่งานนี้ผู้ที่ต้องได้รับเคราะห์กรรมอย่างหนักก็คือเจ้าค้างคาวผู้คิดกบฏ คิดกลับกลอกยอกย้อนตัวนั้น แต่เพียงตัวเดียว […] Read more →

Scroll to Top