นิทานอีสป เรื่อง ชาวนากับงูเห่า

นิทานอีสป เรื่อง ชาวนากับงูเห่า

ชาวนาเดินออกจากบ้านในฤดูหนาววันหนึ่ง   ระหว่างทางพบงูเห่าตัวหนึ่ง นอนตัวแข็งใกล้ตายอยู่บนคันนา ด้วยความเหน็บหนาว ชาวนาเห็นดังนั้นก็นึกสงสาร จึงอุ้มมันขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนเพื่อให้มันหายหนาว

เมื่องูเห่าได้รับความอบอุ่นก็เริ่มมีกำลังมากขึ้น ทันทีที่เห็นชาวนา มันก็ตกใจ และฉกเขาตามสัญชาตญาณ  ก่อนที่จะเลี้อยหนีไป    ชาวนาทนพิษบาดแผลไม่ไหวได้แต่รำพึงก่อนที่เขาจะตายว่า “เราไม่น่าช่วยเจ้าสัตว์ร้ายนี้เลย สมควรแล้วที่เราจะต้องตายเพราะมัน

 

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า : ทำคุณกับคนชั่ว มีแต่จะได้รับความเดือนร้อน

นิทานอีสป เรื่อง ชาวนากับสัตว์เลี้ยง

ชาวนาคนหนึ่งติดพายุหิมะอยู่ในบ้านเป็นเวลาหลายวันจนอาหารที่ตุนไว้หมด จึงจำเป็นต้องนำแกะที่เลี้ยงไว้มาฆ่าเพื่อใช้ประทัง

ชีวิตเมื่อเนื้อแกะหมดก็นำแพะที่เลี้ยงไว้มาฆ่ากิน แต่หิมะก็ยังตกหนักทำให้ต้องฆ่าวัวกินด้วยความจำเป็น สุนัขสองตัวที่ชาวนาเลี้ยง

เอาไว้เห็นหตุการณ์มาโดยตลอดต่างปรึกษากันว่า “พวกเราเห็นทีจะไม่ปลอดภัยแล้วล่ะเพื่อนเอ๋ย แม้แต่วัวที่เลี้ยงเอาไว้ไถนาและ

ใช้แรงงาน เจ้านายยังนำมาฆ่ากิน อีกหน่อยอาจถึงคราวพวกเรา รีบหนีเอาตัวรอดกันดีกว่า

คติสอนใจจากนิทานอีสปเรื่องนี้:

“เมื่อรู้ว่ากำลังจะมีภัยเกิดขึ้นกับตนควรรีบหลีกเลี่ยงหรือหลบหนี ก่อนที่จะสายเกินไป”