Tag: เบาหวาน

รู้จักโรคเบาหวาน สาเหตุและวิธีการรักษา

May 21, 2016 thaihealthy 2 comments

รู้จักโรคเบาหวาน สาเหตุและวิธีการรักษา โรคเบาหวานสามารถพบได้ในคนทุกเพศทุกวัย ปัจจุบันพบว่าคนไทยมีอัตราการเป็นโรคเบาหวานเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ใหญ่ที่มีรูปร่างอ้วนหรือภาวะน้ำหนักตัวเกิน ซึ่งเบาหวานเกิดจากความผิดปกติของตับอ่อนที่สร้างฮอร์โมนอินซูลินไม่เพียงพอ จึงทำให้ออกฤทธิ์ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ไม่ดี ส่งผลให้น้ำตาลในเลือดสูงจนล้นปนออกมากับปัสสาวะ สาเหตุของโรคเบาหวาน เรายังไม่สามารถทราบถึงสาเหตุได้อย่างแน่ชัด แต่เชื่อว่าโรคเบาหวานเกิดจากปัจจัยหลายประการเหล่านี้ ได้แก่ ความอ้วน ผู้ที่ขาดการออกกำลังกาย และมีภาวะความเครียดสูง จึงทำให้เนื้อเยื่อของร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินไม่ดีเท่าที่ควร กรรมพันธุ์ ในครอบครัวที่มีประวัติเคยเป็นโรคเบาหวานจะมีความเสี่ยงเป็นโรคนี้มากขึ้น อายุมากขึ้น ตับอ่อนมีการสร้างอินซูลินที่ลดน้อยลง โรคเกี่ยวกับตับอ่อน เช่น การผ่าตัดตับอ่อน โรคมะเร็งตับอ่อน และตับอ่อนอักเสบเรื้อรังจากการดื่มสุรา เป็นต้น การติดเชื้อไวรัส ทำให้ตับอ่อนถูกทำลายจากร่างกายจนเกิดภูมิต้านทานต่อเซลล์ของตับอ่อน ภาวะตั้งครรภ์ เมื่อฮอร์โมนจากรกมีผลยับยั้งการออกฤทธิ์ของอินซูลิน ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์หลายครั้งจึงมีโอกาสเป็นโรคเบาหวาน ยาบางชนิด ถ้าใช้นานๆ จะมีโอกาสทำให้เป็นโรคเบาหวานได้ เช่น ยาสเตียรอยด์ เป็นต้น   อาการของโรคเบาหวาน ผู้ที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าเกณฑ์ปกติเล็กน้อยอาจจะยังไม่มีอาการใดๆ ส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นในภาวะที่มีน้ำตาลในเลือดสูง และภาวะแทรกซ้อนจากการควบคุมโรคที่ไม่ได้ผล ได้แก่ การปัสสาวะบ่อยและมีปริมาณมาก หิวน้ำบ่อยจากการสูญเสียน้ำไปในรูปของปัสสาวะ รับประทานอาหารบ่อยแต่น้ำหนักตัวลดลง อ่อนเพลีย ตาพร่ามัว มีอาการชาที่ปลายมือและปลายเท้า   ชนิดของโรคเบาหวาน โรคเบาหวานชนิดที่ 1 พบมากในเด็กและวัยรุ่นที่มีรูปร่างผอม เนื่องจากความผิดปกติของร่างกาย ที่เกิดการอักเสบและมีการทำลายเซลล์ของตับอ่อนจนหมด ทำให้สร้างอินซูลินไม่ได้ โรคเบาหวานชนิดที่ 2 มักจะพบในเพศหญิงที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป อาจจะมีรูปร่างอ้วนหรือปกติ และมีประวัติครอบครัวซึ่งเคยเป็นโรคเบาหวานที่มีสาเหตุจากร่างกายสร้างอินซูลินไม่เพียงพอและไม่มีประสิทธิภาพ โรคเบาหวานชนิดอื่นๆ เช่น ความผิดปกติทางพันธุกรรม การได้รับยาบางชนิด โรคเบาหวานจากการตั้งครรภ์ สามารถพบได้ขณะตั้งครรภ์ในไตรมาสที่ 2 หรือ 3 เนื่องมาจากผลการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในขณะตั้งครรภ์ ซึ่งไปต้านฤทธิ์ของอินซูลิน แต่ภายหลังคลอดส่วนใหญ่โรคเบาหวานจะหายไปเอง ในขณะที่ผู้ป่วยบางคนจะมีโอกาสเป็นเมื่ออายุมากขึ้น   เกณฑ์ในการวินิจฉัยโรคเบาหวาน โรคเบาหวานสามารถตรวจพบได้จากการตรวจเลือด โดยมีเกณฑ์การวินิจฉัยโรคดังนี้ ระดับน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหารอย่างน้อย 8 ชั่วโมง มีค่าเท่ากับหรือมากกว่า 126 มก./ ดล. ระดับน้ำตาลในเลือดจากการตรวจเวลาใดก็ได้ มีค่าเท่ากับหรือมากกว่า 200 มก./ ดล. ร่วมกับมีอาการของโรคเบาหวาน เช่น ดื่มน้ำมาก ปัสสาวะบ่อย ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคเบาหวานควรได้รับการตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี เมื่อมีอายุ 40 […] Read more →

8 สมุนไพรไทยแก้เบาหวาน ลดน้ำตาลในเลือดได้อย่างสุดเลิศ!

April 29, 2016 thaihealthy No comments

8 สมุนไพรไทยแก้เบาหวาน ลดน้ำตาลในเลือดได้อย่างสุดเลิศ! โรคเบาหวาน แม้ว่าไม่ใช่โรคที่แสดงอาการเจ็บปวดทรมานหรือน่ากลัวมากเท่าโรคมะเร็ง หากก็เป็นโรคเรื้อรังที่ก่อให้เกิดโอกาสเสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อนสูงได้เช่นกัน หรือแม้แต่ใครที่ยังไม่เป็นเบาหวาน หากแต่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง วันนี้เราหยิบสมุนไพรไทยแก้เบาหวาน ลดระดับน้ำตาลในเลือดลงได้มาฝากกันแล้วถึง 8 อย่าง มีอะไรบ้าง มาดูกันค่ะ 1.มะระขี้นก สมุนไพรที่เลื่องชื่อยิ่งนักในด้านการลดน้ำตาลในเลือด นับว่าดีต่อสุขภาพผู้ป่วยเบาหวานอย่างมากทีเดียว เพราะในมะระขี้นกมีสารซาแรนติน (Charatin) ที่มีฤทธิ์ช่วยลดน้ำตาลในเลือด ต่อต้านอาการของโรคเบาหวาน และยังช่วยเพิ่มการหลั่งของอินซูลินให้ออกมาจากตับอ่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงทำให้ความทนทานต่อกลูโคสของร่างกายมีสูงเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ มะระขี้นกยังมีคุณสมบัติช่วยเร่งการเผาผลาญน้ำตาลในเลือดได้เป็นอย่างดีทีเดียว ไม่เพียงเท่านั้นนะคะ มะระขี้นกยังมีส่วนช่วยยับยั้งเอนไซม์แอลฟากลูโคซิเดส (Alpha-glucosidase) ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคเบาหวาน ผู้ที่รับประทานมะระขี้นกเป็นประจำยังสามารถชะลอความผิดปกติของไต และความเสื่อมของเส้นประสาทอันเกิดจากระดับน้ำตาลในเลือดสูงที่สะสมมาเป็นเวลานาน และช่วยชะลอการเกิดต้อกระจกในผู้ป่วยโรคเบาหวานได้ด้วยเช่นกัน 2.ตดหมูตดหมา ตดหมูตดหมา ถือเป็นสมุนไพรที่มีชื่อแปลกไม่น้อย แต่ในด้านสรรพคุณทางยานั้นสูงค่าทีเดียว เพราะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้อย่างดีเยี่ยม เนื่องจากมีการศึกษาในสัตว์ทดลองจนพบว่า สารสกัดที่ได้จากตดหมูตดหมามีคุณสมบัติลดระดับน้ำตาลในเลือดได้โดยการเพิ่มอัตราการหลั่งของอินซูลินภายในร่างกาย ตดหมูตดหมายังมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด ช่วยล้างพิษ แก้ท้องอืด ท้องผูก ขับถ่ายพยาธิ แก้อาการอ่อนเพลีย ตกเลือดและช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยได้เป็นอย่างดี 3.อบเชย มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า ชินนามอน (Cinnamon) เป็นสมุนไพรที่มีกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ ที่สำคัญยังมีสารที่ช่วยเพิ่มการหลั่งของฮอร์โมนอินซูลิน ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง ช่วยควบคุมคอเลสเตอรอลในเลือดโดยเฉพาะในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 นอกจากนี้ ยังช่วยลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่มีความข้องเกี่ยวกับโรคเบาหวานและโรคเกี่ยวกับระบบหลอดเลือดหัวใจ วิธีการรับประทานอบเชยก็ง่ายมากค่ะ เพียงแค่นำผงสมุนไพรดังกล่าวมาโรยลงในอาหารแล้วรับประทานตามปกติ ไม่ว่าจะเป็นอาหารคาวหรือเครื่องดื่มอย่างกาแฟ เพียงเท่านี้ก็จะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้เป็นอย่างดีแล้ว 4.มะเขือพวง ผักที่มีคุณสมบัติช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้ดี เพราะมีการศึกษาในหนูทดลองพบว่า น้ำมะเขือพวงช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ อีกทั้งยังมีสรรพคุณช่วยย่อยอาหาร ดีแบบนี้ ต้องหมั่นทานมะเขือพวงกันเป็นประจำแล้วนะคะ 5.เห็ดหลินจือ เห็ดหลินจือ เป็นสุดยอดสมุนไพรจีนที่เลื่องชื่อไม่น้อยไปกว่าสมุนไพรอื่นๆ เลยก็ว่าได้ โดยมีสรรพคุณทางยาที่สามารถรักษามะเร็งได้อย่างดีเยี่ยม นอกจากนี้ ยังมีประโยชน์ต่อผู้ป่วยเบาหวานอีกด้วย เพราะในเห็ดหลินจือมีสารในกลุ่มโพลีแซ็กคาไรด์ (Polysaccharide) สารดังกล่าวมีฤทธิ์ช่วยกระตุ้นการหลั่งอินซูลิน ช่วยให้น้ำตาลในเลือดสามารถเปลี่ยนมาเป็นพลังงานให้กับร่างกายต่อไปได้ และยังช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงได้อีกด้วย 6.ตำลึง ผักริมรั้วที่ขึ้นง่าย ราคาถูก แต่กลับให้คุณค่าทางโภชนาการสูงลิบ ที่สำคัญยังถือเป็นสมุนไพรที่ได้รับความนิยมในการนำมาใช้รักษาเบาหวานมายาวนานนับกว่าพันปี โดยทางตำราแพทย์แผนอายุรเวทก็ได้ระบุเอาไว้ว่า ตำลึงเป็นผักที่สามารถนำมาใช้รักษาโรคเบาหวานได้แทบจะหมดทุกส่วนของต้น เพราะมีประสิทธิภาพมากเพียงพอในการลดน้ำตาลในเลือดได้ดีเทียบเท่ากับโสมนั่นเอง เพียงรับประทานวันละ 50 กรัมติดต่อกันเป็นประจำ ก็จะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลให้กลับมาเป็นปกติได้แล้ว 7.กระเทียม ผักกลิ่นฉุนซึ่งเป็นสมุนไพรที่อยู่คู่ครัวคนไทยมาอย่างยาวนาน ในกระเทียมนั้นมีสารอัลซิลิน (allicin) ซึ่งมีสรรพคุณช่วยลดความดันโลหิต ลดไขมันในเส้นเลือดและมีฤทธิ์ต่อต้านเบาหวาน โดยมีการศึกษาพบว่าสารเอทานอลจากในกระเทียมมีคุณสมบัติช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดลงได้ และยังช่วยเพิ่มการหลั่งไหลของอินซูลินได้เป็นอย่างดี แนะนำให้รับประทานกระเทียมแบบสด […] Read more →

รู้เท่าทันโรคเบาหวาน

March 22, 2015 admin No comments

รู้เท่าทันโรคเบาหวาน โรคเบาหวาน ถือเป็นโรคเรื้อรังยอดฮิต 1 ใน 10ที่มีคนไทยป่วยเป็นโรคนี้กันมาก แถมยังพบได้ในทุกช่วงวัยไม่ว่าจะวัยรุ่น วัยกลางคนก็มีสิทธิเป็นโรคนี้ได้ สาเหตุหลักๆ ของผู้ป่วยโรคนี้เกิดจากการทำงานของ ฮอร์โมนอินซูลินในร่างกายทำงานผิดปกติทำให้เสียความสมดุลในการใช้น้ำตาลในเลือด จึงเกิดน้ำตาลในกระแสเลือดสูง เพราะตามปกติแล้วร่างกายมนุษย์เราๆนั้น เมื่อรับประทานอาหารเข้าไปส่วนใหญ่จะเปลี่ยนเป็นน้ำตาลกลูโคสในกระแสเลือดเพื่อใช้เป็นพลังงาน เสริมสร้างร่างกาย เจ้าเซลล์ตัวอ่อนที่ชื่อเบต้าเซลล์จะเป็นตัวสร้างอินซูลิน เพื่อนำน้ำตาลกลูโคสเข้าสู่เซลล์ เพื่อเผาผลาญพลังงานในการใช้ชีวิต แต่โรคเบาหวานนี้ เป็นภาวะที่น้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ เพราะขาดฮอร์โมนอินซูลินทำให้น้ำตาลในเลือดสูง เมื่อขาดอินซูลินทำให้ร่างกายใช้น้ำตาลไม่ได้ จึงทำร่างกายทำงานผิดปกติ จนเกิดภาวะแทรกซ้อน ต่างๆขึ้นได้ คล้ายๆ กับระบบปั้มน้ำ สมมุติน้ำในระบบคือเลือด แต่ปั๊มน้ำดันทำงานผิดปกติ เพราะมีน้ำตาลในเลือดมาก (คล้าย ๆ มีน้ำตาลในน้ำมากไปจึงทำให้ข้นหนืดขึ้น) ทำให้ปั้มน้ำทำงานหนัก ท่อน้ำ หรือหลอดเลือดต้องรับแรงดันเยอะ จึงทำให้ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานเกิดโรคแทรกซ้อนกับอวัยวะต่างๆ ได้ง่าย เพราะร่างกายทรุดทำงานได้ไม่เต็มที่ หรืออวัยวะบางอย่างทำงานจนเกินไปทำให้ล้า โรคแทรกซ้อนจึงมาบุกทำลายอวัยวะนั้น ๆ ได้ง่าย ซึ่งประเภทของเบาหวานจะมี 2 ชนิด 1. โรคเบาหวานที่เกิดจากร่างกายทำลายเซลล์ มีการสร้างอินซูลินได้น้อย เป็นโรคภูมิต้านทานตัวเอง หรือออโตอิมมูน ผู้ป่วยจำพวกนี้ต้องฉีดอินซูลินเพื่อควบคุมน้ำตาลในเลือดตลอดไป ถ้ารุ่นแรงมาก จะทำให้เกิดการคั่งของสารคีโตน ทำให้มีผลกระทบต่อระบบประสาทและหมดสติจนถึงแก่ชีวิตได้ 2. โรคเบาหวาน ที่พบกันส่วนใหญ่ เช่นพันธุกรรม น้ำหนักเกิน ขาดการออกกำลังกาย เซลล์ของผู้ป่วยยังคงมีการสร้างอินซูลินแต่ทำงานไม่เป็นปกติ เกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน ทำให้เซลล์สร้างอินซูลินถูกทำลาย ทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคแทรกซ้อนได้ง่าย ผู้ที่มีโอกาสเป็นเบาหวาน คือคนที่น้ำหนักเกิน หรืออ้วนไม่ออกกำลังกาย แถมโรคนี้ยังสามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้อีก เช่นหากใครมีพ่อ แม่ พี่ น้องเป็น ก็มีโอกาสเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานได้ง่าย อาการที่กำเริบของโรคเบาหวาน 1. เริ่มแรกจากน้ำหนักตัวที่คงที่จะเริ่ม ลดลง 2. มีอาการหิวบ่อยกินเก่ง ดื่มน้ำเก่ง 3. ปัสสาวะได้บ่อยขึ้นไม่ว่ากลางวันหรือกลางคืน เพราะน้ำตาลค้างในเลือดมาก ทำให้ไตทำงานหนักจึงต้องกรองออกมาในปัสสาวะ 4. เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย ไม่มีแรง สายตาพร่ามองไม่เห็น และชาไม่ค่อยมีความรู้สึก เพราะเบาหวานไปทำลายเส้นประสาท ความสามารถการรับรู้ความรู้สึกจึงถดถอยลง 5. และยังมีโอกาสเสี่ยงกับการเป็นโรคแทรกซ้อนจำพวก แผลที่เท้า โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด สมองขาดเลือด โรคหัวใจ และโรคไต วิธีการรักษาเบาหวานเบื้องต้น […] Read more →

Scroll to Top